อาจเป็นเพราะฝน

| |
อ่าน : 7,610

เรื่องโดย อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ Team content www.thaihealth.or.th

ภาพโดย ชุติกาญจน์  เกียรติพันธุ์สดใส Team Content www.thaihealth.or.th  และแฟ้มภาพ

อาจเป็นเพราะฝน thaihealth

เพียงแค่ฝนตกลงที่หน้าต่างในบางครา......

ฝนตกยิ่งนึกถึงทีไร ก็ยิ่งชุ่มฉ่ำ อุ่นในหัวใจ....

วันที่ฝนตกไหลลงที่หน้าต่าง เธอคิดถึงฉันบ้าง ไหมหนอเธอ...

อยากจะลืมใครสักคน เมื่อหยาดฝนพร่างพรมพลิ้วมา....

อาจเป็นเพราะฝน thaihealth

เธอนั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งมาเนิ่นนานแล้ว นานจนเธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอได้ทิ้งตัวลงกับเวลาที่ผ่านพ้นไปนานนับชั่วโมง เพื่อทบทวนความรู้สึกที่เกิดขึ้น สายตาของเธอทอดไปยังหยดน้ำและละอองฝนที่กระทบกับกระจก หนักบ้าง เบาบ้าง สลับกันไปตามท่วงทำนองของท้องฟ้าสีเทาๆ

เพลงแต่ละเพลงที่กล่าวถึง “ฝน” ที่เธอได้ฟัง  มันมีหลากหลายอารมณ์ความรู้สึก บ้างก็คิดถึง บ้างก็เหงา บ้างก็เศร้า บ้างก็เศร้าปนเคล้าน้ำตา แน่ล่ะ.... “เพราะเวลาที่ฝนตกย่อมสัมพันธ์กับอารมณ์ความรู้สึก”

---

กลุ่มนักจิตวิทยาพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) อธิบายถึงความเชื่อเรื่องสภาพแวดล้อมที่สัมพันธ์กับการกระทำและความรู้สึกของมนุษย์ไว้ว่า มนุษย์จะเติบโตขึ้นมาอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการจัดกระทำและสภาพแวดล้อม “พฤติกรรมมนุษย์ย่อมมีสาเหตุ” (Caused Behavior) พฤติกรรมและพัฒนาการของมนุษย์สามารถควบคุมและกำหนดได้ตามที่นักปรับพฤติกรรมต้องการได้

เบอร์รัชเอฟ. สกินเนอร์(BurrhusF.Skinner) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน มีความเห็นว่ามนุษย์มีพฤติกรรมตามสิ่งแวดล้อม ถ้าสามารถควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ก็สามารถกำหนดพฤติกรรมมนุษย์ให้เป็นไปตามที่ต้องการได้

นั่นก็แปลว่า เมื่อเวลาฝนตกโปรยปราย มนุษย์จะมีพฤติกรรมและความรู้สึกคล้อยไปกับสิ่งแวดล้อมนั้นด้วย ไม่ว่าจะเศร้า เหงา เปล่าเปลี่ยว มีความสุข คิดถึง หรือความรู้สึกใดๆ ก็ตาม ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการจดจำของมนุษย์ต่อช่วงเวลานั้นๆ

อาจเป็นเพราะฝน thaihealth

ก็แค่ปล่อยใจเศร้า แล้วยอมรับความจริง

ถ้าฝนตกแล้วใจเรามีความยินดี ความคิดถึง บนพื้นฐานของความสุขก็น่าจะดีสินะ แต่ความเป็นจริงแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หลายๆ คน ตกอยู่ในห้วงอารมณ์ “เศร้า” เพียงแค่กระพริบตา หยดน้ำตาก็ไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว และอาจจมอยู่กับอารมณ์เศร้าอยู่นานเลยทีเดียว งานวิจัยเชิงจิตวิทยาของ Philippe Verduyn และ Saskia Lavrijsen จากมหาวิทยาลัย Leuven ในเบลเยียม อธิบายผลวิจัยจากการทดลองเฝ้าติดตามพฤติกรรม และการแสดงออกทางอารมณ์ของนักเรียนในโรงเรียนเบลเยียม ไว้ว่า  ความเศร้า (Sadness) จัดการยากที่สุด ใช้เวลานานที่สุด ในขณะที่ความรู้สึกอื่นๆ เช่น ดีใจ ตื่นเต้น เขินอาย อยู่กับเราเพียงชั่วครู่แล้วก็จากไป

ความยืดหยุ่นในการจัดการอารมณ์ หรือ Resilience Quotient จะเป็นอีกหนึ่งทางออกสำหรับผู้ที่ตกอยู่ในอารมณ์เศร้า หดหู่ โกรธ หรือจมอยู่กับปัญหา

“การฟื้นฟูพลังใจในภาวะวิกฤต เป็นศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจในการปรับใจและพื้น ตัวภายหลังที่พบกับเหตุการณ์วิกฤตหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความยากลำบาก เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่ช่วยให้บุคคลผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคและดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข เป็นกระบวนการปรับใจและฟื้นตัวเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากหรือวิกฤตได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงการเอาชนะปัญหาอุปสรรคของชีวิตโดยใช้พลังสุขภาพจิตที่ดีที่เข้มแข็ง” อัจฉรา สุขารมณ์ อธิบายถึงภาวะทางอารมณ์ จากงานวิจัยเรื่องการฟื้นฟูพลังใจในภาวะวิกฤต

อาจเป็นเพราะฝน thaihealth

ความเจ็บปวด ความเศร้า เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ก็พอๆ กับความสุข ความสนุก ที่เข้ามาทำให้จิตใจเราเบิกบานและยิ้มแย้มไปได้ทั้งวัน ผู้เขียนเชื่ออย่างหนึ่งว่า ธรรมชาติไม่เคยปล่อยให้มนุษย์อย่างเราๆ เริงร่ากับความสุขได้อย่างยาวนาน โดยที่ไม่เรียนรู้และยอมรับความเศร้า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราปล่อยใจหรือตักตวงรับเอาแต่ความสุขเพียงอย่างเดียว เมื่อนั้นความทุกข์ซึ่งเป็นความรู้สึกด้านตรงข้าม จะเข้าเร่งงานเราอย่างทันทีโดยไร้ความปราณี

ทำให้ตัวเรา “รู้สึกกลางๆ” เมื่อไหร่ที่มีความสุข ให้รู้ว่าความทุกข์มีอยู่จริง และเมื่อไหร่ที่พบเจอกับความทุกข์ ก็ต้องอนุญาตให้ความรู้สึกนั้นอยู่กับเราเพียงไม่นาน เพราะที่สุดแล้ว หลังฝนตก ฟ้าก็จะสดใสเสมอ พิจารณาทุกความรู้สึกที่เข้ามา โดยทำความเข้าใจธรรมชาติของชีวิต ตามหลักของไตรลักษณ์ที่ว่า "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป" เพราะไม่มีสิ่งใดๆ จะอยู่กับเราตลอดไป ทุกสิ่งล้วนถูกกำหนดด้วยระยะเวลา ไม่วาจะเร็วหรือช้า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะเบาบาง เจือจาง และหายไป

ฟากฝั่งทฤษฎี Gail M. Wagnild & Heather M. Young ได้แบ่งความสามารถในการฟื้นฟูพลังใจในภาวะวิกฤตออกเป็น 5 องค์ประกอบ คือ

1. ความสงบทางใจ (Equanimity) การมีความสมดุลในจิตใจ

2. ความอุตสาหะ (Perseverance) การที่มีความพยายามที่จะสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น

3. ความเชื่อมั่นในตนเอง (Self-reliance) การมีความมั่นใจในความสามารถของ ตนเองในการแก้ไขปัญหา

4. การตระหนักถึงคุณค่าและความหมายในชีวิต (Meaningfulness)

5. การดำรงชีวิตโดยรู้ถึงการมีเส้นทางชีวิตของแต่ละฝ่าย ของใครของคนนั้น (Existential aloneness)

ความสามารถในการฟื้นฟูจิตใจนั้น เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยประสบการณ์และการคิดเชิงบวก มองชีวิตในแง่บวกและรักตัวเองมากพอ เพราะเมื่อเรามีทัศนคติที่ดีต่อตัวเองแล้ว เราก็จะไม่จมจ่ออยู่กับความทุกข์ใจ ความโศกเศร้านาน

กิจกรรมเสริมสร้างพลังบวก

หากคุณกำลังมองหากิจกรรมที่ทำให้หัวใจฟื้นฟู หรือไม่อยากจมกับความเศร้าเนิ่นนาน แนะนำกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่อาคารศูนย์เรียนรู้ ซ.งามดูพลี ถ.พระราม 4  โดยกิจกรรมต่างๆ มีทั้ง evening exercise / ครอบครัวบำบัด / sook market / brain gym / และการบรรยายเรื่องสุขภาพอีกมากมาย โดย สสส. สนับสนุนให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีทั้ง กาย ใจ สังคม ปัญญา สามาสรถสมัครเข้าร่วมกิจกรรม (ฟรี) และดูรายละเอียดได้ที่ /sook/

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2562 ของ สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นที่เท้า  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth มุมนมแม่ สายใยรักแห่งครอบครัว มูลนิธินมแม่แห่งประเทศไทย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สถานประกอบกิจการ  ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เชียงราย  ยางรถ  การทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชน  หยุดใช้รถส่วนตัว  ชุมชนหน้าสมาคมธรรมศาสตร์  วันตำรวจ  หัวใจวาย  คู่มือพัฒนานักเรียนแกนนำพี่สอนน้อง ป้องกันภัยบุหรี่  สารสองล้อ  วชิระ เพ็งจันทร์  เรอ  ความรุนแรงในครอบครัว  พูดไม่ค่อยชัด  ประกอบอาหาร  ขนมธรรมเนียม  วัยทำงาน  จังหวัดพัทลุง  พลังปัญญา  จังหวัดเชียงราย  บุคคลทั่วไป  ระบบ iOS  เมืองดี๊ดี