สังคมไทยเปลี่ยนไปพ่อแม่ถูกทอดทิ้งเพิ่ม

โดย
| |
อ่าน : 4,705

 

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับวันแม่แห่งชาติ ซึ่งดูเหมือนจะคึกคักฉลองกันอย่างน่าอบอุ่น อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลายครอบครัวมีความสุขกับวันแม่ แต่บางมุมของสังคมไทยกลับมีผู้สูงวัยถูกทอดทิ้งตามลำพัง และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

นายพฤฒินันท์ เหลืองไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค เผยให้ทราบถึงตัวเลขของผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งเฉพาะในบ้านพักฯ นั้น มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ปีละประมาณ 50 คน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิง ส่วนหนึ่งเพราะประชากรผู้หญิงของโลกนั้นมีจำนวนมากกว่าประชากรผู้ชาย

โดยจะสังเกตเห็นได้จากจำนวนผู้สูงอายุทั้ง 260 คนที่เข้ามาพักอาศัยที่บ้านพักคนชราบางแคนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงในอัตรา 1 ต่อ 3 หรือคิดเป็นจำนวนผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิง 200 คน และผู้สูงอายุที่เป็นผู้ชายจำนวน 60 คน ขณะเดียวกันผู้หญิงก็มักจะมีอายุยืนกว่าผู้ชาย จึงทำให้ผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิงมีอัตราการถูกทอดทิ้งเพิ่มสูงกว่าผู้ชายนั่นเอง

นอกจากนี้การที่สังคมไทยในปัจจุบันนั้น ขาดการปลูกฝังเรื่องของความกตัญญูต่อบิดามารดา ตลอดจนสภาพสังคมเดี่ยว หรือสังคมที่ทุกคนต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก พูดง่ายๆ ว่าทุกคนต้องขวนขวายเพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงตน จึงทำให้ขาดการดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งมากขึ้นด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นายพฤฒินันท์กล่าวว่า ทางออกหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งได้นั้น คือการที่สังคมไทยต้องเร่งสร้าง ปลูกจิตสำนึกเพื่อให้ลูกๆ ทุกคนตระหนักในเรื่องของการกตัญญูรู้คุณบิดามารดาให้มากขึ้น เพราะท่านทั้งสองเป็นผู้ที่เลี้ยงเรามาตั้งแต่กำเนิด ดังนั้นในยามที่ท่านแก่ชราเราก็ต้องตอบแทนบุญคุณท่าน โดยการเลี้ยงดูท่านให้ดีที่สุดเหมือนที่ท่านได้เลี้ยงดูเรามา

นอกจากนี้ก็ควรดูแลจิตใจของผู้สูงอายุด้วย เช่น การสอบถามสารทุกข์สุกดิบของผู้สูงอายุอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็ควรหาโอกาสพาผู้สูงอายุไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่ผู้สูงอายุอยากไป เช่น วัด หรือทะเลต่างๆ เพื่อสร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่ท่าน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะสามารถช่วยลดปัญหาการถูกทอดทิ้งได้ทางหนึ่ง เพราะหากครอบครัวอบอุ่นและดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุอยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้ปู่ย่าตายายนั้นอยากที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับลูกหลานตลอดไป มากกว่าต้องไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น

เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ที่เข้ามาพักอาศัยที่บ้านพักคนชราบางแคนั้น นอกจากไร้ญาติขาดมิตรแล้ว ก็มักจะเข้ามาด้วยการไม่มีความสุขเมื่ออยู่กับครอบครัว รวมถึงไม่มีลูกหลานคอยดูแลเอาใจใส่ ดังนั้นการอยู่พร้อมหน้าครอบครัวนอกจากจะทำให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวแล้ว ยังช่วยให้ผู้สูงอายุได้ทำหน้าที่ในการเป็นที่พึ่งทางจิตใจ หรือร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานได้เช่นกัน

ท้ายนี้ นายพฤฒินันท์กล่าวว่า หากครอบครัวไหนที่มีผู้สูงอายุอาศัยที่บ้านพักคนชราบางแค หรือสถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุต่างๆ นั้น ก็ควรหาโอกาสไปเยี่ยมท่านบ้าง โดยสามารถเลือกใช้วันพิเศษ เช่น วันแม่แห่งชาติ หรือวันปีใหม่ ฯลฯ ที่ทางสถานสงเคราะห์ต่างๆ ได้จัดให้กับคนชรา เพราะจะสังเกตเห็นได้ว่าในปัจจุบันนั้น ลูกหลานมักไม่ค่อยมาหาหรือมาพบผู้สูงอายุเลย แม้จะเป็นวันสำคัญๆ ต่างๆ ก็ตาม จะมีเพียงผู้สูงอายุที่อยู่ร่วมกัน หรือผู้สูงอายุในชุมชนเท่านั้นที่มาร่วมงาน พูดง่ายๆ ว่าลูกหลานส่วนใหญ่มักผลักภาระให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุ โดยมองเพียงแค่ภาพรวมภายนอกว่า ปู่ย่าตายายของตนนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดี จึงละเลยที่จะมาเยี่ยมเยือนผู้สูงอายุ ในขณะที่ความเป็นจริงแล้วผู้สูงอายุเหล่านี้รอคอยที่จะให้ลูกหลานมาเยี่ยมอยู่ตลอดเวลา

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม