"คู่มือรร.รักเดิน"เพิ่มกิจกรรมทางกายให้เยาวชนไทย

| |
อ่าน : 6,031

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

\'คู่มือโรงเรียนรักเดิน\' เพิ่มกิจกรรมทางกายให้เยาวชนไทยสุขภาพดี๊ดี thaihealth

แฟ้มภาพ

อีก 3 ปี จะมีเด็กไทยถึง 1 ใน 5 ที่อยู่ในภาวะอ้วน และมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) !

นี่คือเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ และ ร่วมกันหาทางแก้ไข

โดยจากผลสำรวจการมีกิจกรรมทางกายระดับประเทศ โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า ปี 2555 เด็กไทยมีกิจกรรมทางกายร้อยละ 67.6 และลดลงในปี 2557 เหลือร้อยละ 63.2 และคาดการณ์ว่า ในอีก 3 ปี จะมีเด็กไทยถึง 1 ใน 5 ที่อยู่ในภาวะอ้วน และมีความเสี่ยงต่อการเป็น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

\'คู่มือโรงเรียนรักเดิน\' เพิ่มกิจกรรมทางกายให้เยาวชนไทยสุขภาพดี๊ดี thaihealth

"ปัญหาสำคัญที่เด็กไทยกำลังพบเจอ คือ ไม่เดินและไม่ขยับ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้น ที่เห็นผลชัดคือ การเรียนรู้และสุขภาพ ไม่แข็งแรง ส่วนระยะยาวก็จะนำมาสู่เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ" ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวถึงต้นตอ ที่มาของปัญหา

ปัญหาดังกล่าว นำไปสู่การเกิดโครงการโรงเรียนเดินสะสมก้าว และกิจกรรมโรงเรียนรักเดิน เพื่อสกัดปัญหา ดังกล่าว ของ สสส. ในปี 2557 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับโรงเรียนนำร่อง 16 แห่ง  เพื่อเป็นโรงเรียนต้นแบบส่งเสริมให้นักเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำ รวมทั้งปลูกฝังให้เห็นประโยชน์ของกิจกรรมทางกายเพิ่มมากขึ้น

นปีนี้ มีการต่อยอดงานเพิ่มกิจกรรมทางกายในกลุ่มเยาวชน โดยจัดทำ "คู่มือโรงเรียนรักเดิน" เพื่อส่งเสริมให้เกิด "โรงเรียนรักเดิน" ในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยโรงเรียนที่สนใจสามารถนำข้อมูลในคู่มือไปประยุกต์ ใช้เป็นแนวทางในการสร้างกิจกรรมภายในโรงเรียนตามความเหมาะสมภายใต้บริบทของพื้นที่ รวมถึงรณรงค์ให้เยาวชนมีความเข้าใจ เกิดทัศนคติที่ดีต่อการทำกิจกรรมทางกาย เพื่อพัฒนาไปสู่การสร้างสุขภาพที่ดีให้กับตนเอง ชุมชน และประเทศต่อไปในอนาคต

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า  การดำเนินงานที่ผ่านมาที่ทำให้เกิดการ เรียนรู้ จากการถอดบทเรียนจากโครงการทั้ง 16 โรงเรียนนำร่อง นำไปสู่การตกผลึกความรู้ให้มีความชัดเจน เกิดเป็นคู่มือและ มีการประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง โดย สสส.ได้สนับสนุนในเชิงนโยบาย และขับเคลื่อน เชิงสื่อสารสาธารณะให้สังคมรับทราบ  โดยหวังว่าคู่มือโรงเรียนรักเดินจะได้นำไป ใช้ประโยชน์ และเสริมสร้างให้เด็กมีสุขภาพดี ครบทั้ง 4 มิติ โดยจะเริ่มที่สุขภาพกายก่อน และในที่สุดจะกระทบไปทั้งด้านจิต ด้านสังคม และด้านปัญญาในที่สุด

\'คู่มือโรงเรียนรักเดิน\' เพิ่มกิจกรรมทางกายให้เยาวชนไทยสุขภาพดี๊ดี thaihealth

ด้าน ผศ.ดร.สุชาติ ทวีพรปฐมกุล ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผอ.ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเลขาธิการสมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในอดีตเราอาจคุ้นชินกับคำว่า ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กีฬาเพื่อสุขภาพ แต่ในขณะนี้ มีคำใหม่เกิดขึ้นคือ 'กิจกรรมทางกาย' หมายถึง อะไรที่เกิดการเคลื่อนไหว แล้วได้ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ แต่สังคมในปัจจุบันเป็นสังคมก้มหน้า จึงเกิดเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง ไม่มีการขยับร่างกายที่เพียงพอ สมองไม่เกิดการพัฒนา จึงเกิดการสร้างสรรค์ ให้เป็นโครงการดี ๆ แบบนี้ สำหรับสูตรสำเร็จ7 ประการ สู่โครงการโรงเรียนรักเดินจะต้อง เริ่มจาก 1.นำเสนอแผนงานกับผู้บริหาร 2.จัดตั้งและบริหารทีมงาน 3.ออกแบบกิจกรรม โรงเรียนรักเดิน 4.จัดสื่อประชาสัมพันธ์และการรณรงค์ 5.ลงมือปฏิบัติการ Step by Step 6.ติดตามผล และประเมินโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปรับปรุง และ 7.ประเมินโครงการ

\'คู่มือโรงเรียนรักเดิน\' เพิ่มกิจกรรมทางกายให้เยาวชนไทยสุขภาพดี๊ดี thaihealth

ขณะที่ นายสาธิก ธนะทักษ์ หรือ โค้ชเป้ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า ข้อมูลจากงานวิจัยต่างประเทศหลายชิ้น พบว่า การมีกิจกรรมทางกายระหว่างชั่วโมงเรียน จะเพิ่มสมาธิ เพิ่มความสนใจให้กับนักเรียน ส่งผลให้ความทรงจำของเด็กดีขึ้น เกิดวินัยในการทำกิจกรรม ลดพฤติกรรมไม่ดีรวมไปถึงการทำให้เด็กโตไปมีความสามารถรอบด้าน ดังนั้นสิ่งที่โรงเรียนจะต้องทำคือการสื่อสารข้อมูลเหล่านี้ให้กับผู้ปกครองได้รับทราบ และคุณครูจะต้องพิสูจน์ว่าสามารถทำได้ และสิ่งสำคัญคือ ห้ามใช้การออกกำลังกายเป็นการทำโทษนักเรียน เด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดทัศนคติแย่ เกี่ยวกับการขยับ ส่งผลให้โตไปแล้วไม่ชอบออกกำลังกาย

"อยากให้ทุกคนคิดว่าภารกิจเราไม่ใช่แค่ให้เด็กหันมาออกกำลังกาย แต่อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นภารกิจกอบกู้ประเทศไทย เพราะระบบสาธารณสุขกำลังจะล่มสลาย ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการทำให้เด็กรุ่นใหม่ ไม่ป่วย" โค้ชเป้งทิ้งท้าย

กิจกรรมโรงเรียนรักเดิน เป็นการรณรงค์ให้เยาวชนมีความเข้าใจและเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะพัฒนาไปสู่การสร้างสุขภาพที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของ สสส. ที่ต้องการให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดีต่อไป สำหรับโรงเรียน ที่สนใจคู่มือโรงเรียนรักเดิน สามารถดู รายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดได้ที่ feelfitd.com หรือ www.thaihealth.or.th

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม