วันหนึ่ง 'น้อง' เดินเข้าป่า

| |
อ่าน : 848

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ภาพประกอบจากแฟนเพจ Klongdinsor - กล่องดินสอ

วันหนึ่ง \'น้อง\' เดินเข้าป่า thaihealth

โจทย์ใหญ่ที่วนกลับมาทุกปีสำหรับ ผู้ปกครองทั้งหลายก็คือ ปิดเทอมใหญ่ ทีไร เป็นต้องหากิจกรรมให้เด็กๆ ทำเพื่อไม่ให้จมอยู่แต่กับบ้าน มีเพื่อนเป็นแทบเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ แต่นอกเหนือจากการติว และติว และติวนั้น ทราบไหมว่า ยังมีกิจกรรมดีๆ อีกมากมายที่สามารถช่วยเสริมให้เด็กๆ เติบโตอย่างสมบูรณ์ได้ในอนาคต

อย่างเช่นปิดเทอมที่ผ่านมา เด็กๆ กลุ่มหนึ่งเขาได้ไปร่วมกิจกรรม "ค่าย วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่าครั้งที่ 1" ที่จัดโดย บริษัท กล่องดินสอ จำกัด ร่วมกับ สสส. และ สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเปิดโอกาสให้พ่อแม่ และผู้ปกครองของน้องๆ ในระดับประถมศึกษา ได้พาลูกหลานมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่น่าตื่นตาและตื่นใจ  ไม่น้อยกว่าสีสันและความเคลื่อนไหว บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้าน และที่สำคัญยังเปิดโอกาสที่ น่าตื่นเต้นให้กับน้องๆ ซึ่งเป็นกลุ่ม  "เด็กพิเศษ" ได้มาเรียนรู้ร่วมกัน โดยเป็นการเปิดมุมมองใหม่บนความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ของเด็กๆ วัยเดียวกันโดยมีธรรมชาติเป็นจุดเชื่อมโยง

ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า ช่วงเวลาปิดเทอม เป็นโอกาสสำคัญของการสั่งสมประสบการณ์นอกห้องเรียน ซึ่งการเรียนรู้ ที่ดีที่สุดของเด็กเยาวชนคือการได้ลงมือทำ และออกไปสัมผัสประสบการณ์จริง จึงได้ร่วมกับเครือข่ายสร้างกิจกรรมดังกล่าวขึ้น โดยนอกจากน้องๆ จะได้เรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายระหว่างเด็กปกติและเด็กพิเศษ ระหว่างทางของการทำกิจกรรมร่วมกันในค่ายจึงได้เห็นการแบ่งปัน ช่วยเหลือ และเข้าใจความหลากหลายในสังคมมากยิ่งขึ้น

วันหนึ่ง \'น้อง\' เดินเข้าป่า thaihealth

เสริมโดยหัวเรือใหญ่อย่าง ฉัตรชัย อภิบาลพูนพล ผู้ก่อตั้งบริษัทกล่องดินสอ และผู้รับผิดชอบกิจกรรม เอ่ยถึงแนวคิดของการจัดทำค่ายศึกษาธรรมชาติครั้งนี้ว่า เพราะต้องการให้เด็กพิการและเด็กปกติ ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ให้เขาได้เรียนรู้ ที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ทุกคนสามารถอยู่ได้ร่วมกัน

โดยการจัดค่ายครั้งนี้ มีครอบครัวของเด็กพิเศษทั้ง 8 ครอบครัว และเด็กปกติ 12 ครอบครัว มาทำกิจกรรมร่วมกัน2 วัน 1 คืน เริ่มจากในวันแรกเข้าฐานเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงไฮไลท์ในช่วงเย็น นั่นคือ การเดินป่าเพื่อตามหา "ไก่ฟ้าพญาลอ" ส่วนในช่วงค่ำหลังอาหารเย็นเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เด็กๆ ตั้งตารอไม่ยอมง่วง นั่นก็คือการ "ดูดาว" ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมิด ทำให้เด็กๆ ได้รู้จักดวงดาวต่างๆ บนท้องฟ้าที่มีเรื่องเล่าและเรื่องราวที่สนุกสนานที่คนเมืองแทบไม่มีโอกาสได้สัมผัส

วันหนึ่ง \'น้อง\' เดินเข้าป่า thaihealth

ส่วนช่วงเช้าของวันที่สอง ทีมนักวิจัยงู จากประเทศอังกฤษได้มาชวนน้องๆ เรียนรู้ และศึกษาธรรมชาติของงูแต่ละสายพันธุ์ทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ รวมถึงวิธีการป้องกันตัวจากการถูกงูกัด พร้อมกับเน้นย้ำและสร้างความเข้าใจว่าคนกับงูสามารถอยู่ร่วมกันได้ และยังเปิดโอกาสให้เด็กปกติและเด็กพิเศษได้มีโอกาสสัมผัสงูตัวเป็นๆ สร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจ และน่าจดจำสำหรับเด็กหลายๆ คน จากนั้นเป็นกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติท่องไพรป่าดิบแล้ง-ป่าเต็งรัง และรับประทานอาหารกลางวันกลางป่า ระหว่างเส้นทางเดินเด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้เรื่องของพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ ในธรรมชาติจากคุณลุงใจดี ตื่นเต้นกับใบไม้สติกเกอร์ รู้จักกับผึ้งจิ๋ว หรือ "ตัวชันโรง" รู้จักสัตว์ต่างๆ อย่างเจ้ากิ้งกือที่มีชื่อเท่ว่า "กระสุนพระอินทร์" ได้ลองรับประทานลูกกระบกซึ่งเป็นอาหารจากป่า พร้อมกับเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมาย

มะลิวัลย์ เอี่ยมทอง คุณแม่ของ "น้องเฟิร์ส-ฐาปกรณ์ สร้อยเพ็ชร" นักเรียนชั้น ป.2 ที่มาจากจังหวัดสมุทรสาคร เล่าให้ฟังว่า เป็นครั้งแรกที่ได้พาลูกชายมาเที่ยวป่า เพราะอยากให้ลูกได้เปิดโลกกว้างเปลี่ยนประสบการณ์ทำอะไรที่แปลกและแตกต่างไปจากการเล่นเกม

วันหนึ่ง \'น้อง\' เดินเข้าป่า thaihealth

ก่อนน้องเฟิร์สจะร่วมวงโม้ว่า มาค่ายครั้งนี้ได้เห็นไก่ฟ้า 3 ตัว ได้เห็นตัวกระสุนพระอินทร์ เจอกระรอกสีขาว เจอกิ้งกือตัวใหญ่ โดยเล่าว่า ตอนไปดูดาวนั้น แรกๆ ก็แอบกลัวเพราะมันมืดมาก แต่พอ เห็นดาวก็รู้สึกสนุก เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

"ได้รู้จักดาวนายพราน ดาวจระเข้ ได้กินข้าวจี่ ได้จับคราบงู แต่ไม่ชอบจับตัวงูเพราะกลัว ถ้ามีโอกาสก็จะชวนเพื่อนมาเที่ยวป่าครับ" น้องเฟิร์สเอ่ย

ด้าน ภาสวรรณ์ ศรลัมพ์ ผู้ปกครอง ของ "น้องเก็ท-อิธราณุวัฒฐ์ ศรลัมพ์" เล่าว่า ที่ผ่านมา ไม่เคยพาหลานชายมาเที่ยวป่าเลย นี่เป็นครั้งแรก โดยที่ตัดสินใจมาก็เพราะอยากให้น้องเก็ทได้มาลองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเด็กปกติ เพราะถึงแม้เขาจะเป็นเด็กพิเศษ แต่ก็สามารถทำกิจกรรม มีความสุขและสนุกได้เหมือนกับเพื่อนๆ ซึ่งเด็กพิเศษก็เหมือนกับเด็กทั่วไปคือเขาก็อยากที่จะเรียนรู้ และอยากที่จะเล่นกับเพื่อน

วันหนึ่ง \'น้อง\' เดินเข้าป่า thaihealth

ที่สำคัญ คือ การได้มาเข้าค่าย ในครั้งนี้ก็พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า  ที่จริงแล้วเด็กไม่ได้อยากจะเล่นมือถือ หรือติดเกม เพียงแต่ที่ผ่านมา เด็กๆ ขาดโอกาสที่จะได้ทำกิจกรรมอื่นที่เป็นประโยชน์กว่านั่นต่างหาก เพราะภาพที่เกิดขึ้นในค่ายนี้ คือ เด็กๆ วิ่งไล่จับตั๊กแตน ไปเก็บใบไม้มาดู ไม่มีสักคนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเลย "พอเขากลับเข้าไปในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์เรียนรู้เรื่องธรรมชาติเขาก็จะสนใจมากขึ้นแล้วก็เชื่อว่าถ้ามีโอกาสเขาก็จะอยากกลับมาหาธรรมชาติอีกอย่างแน่นอน" ผู้ก่อตั้งบริษัทกล่องดินสอกล่าว

"ค่ายวันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า" จึงไม่ใช่แค่ประสบการณ์ช่วงหนึ่งในช่วงปิดเทอมเท่านั้น เพราะสิ่งที่น้องๆ  ได้ติดกลับไป คือ ความเข้าใจถึงการ อยู่ร่วมกันแม้แตกต่าง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการจะก้าวต่อไปโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม