กทม.เสี่ยงต้องพายเรือ ให้ รพ.เอกชนรับ 30 บาท

โดย
| |
อ่าน : 2,326

 

 

สั่งทุกโรงพยาบาลรอบ กทม. เคลียร์เตียงรอรับผู้ป่วยจากเมืองหลวง หวั่นคนกรุงเทพต้องพายเรือ รพ.เอกชน เปิดรับผู้ประกันตนที่มีสิทธิเข้าได้ทุก รพ.ไม่ต้องจ่ายเงิน...

นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมรับย้ายผู้ประสบอุทกภัย โดยมีเครือข่ายทางการแพทย์นอกกระทรวงสาธารณสุข 4 เครือข่ายเข้าร่วมด้วย ได้แก่ มหาวิทยาลัย กองทัพ กทม. และภาคเอกชน ว่า ได้สั่งการให้ทุกสถานพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพเป็นพื้นที่สูงและมีความปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วม เช่น จ.กาญจนบุรี และราชบุรี สำรองเตียงให้ว่างเพื่อรองรับผู้ป่วยที่อาจจะต้องเคลื่อนย้ายจากโรงพยาบาลในกรุงเทพฯหากเกิดน้ำท่วมขึ้น โดยแต่ละแห่งจะต้องมีความชัดเจนว่ามีเตียงว่างจำนวนเท่าไหร่ และมีความพร้อมในส่วนของอุปกรณ์ทางการแพทย์มากน้อยเพียงไรแจ้งให้ สธ.ทราบ เพื่อสะดวกในการบริหารจัดการ หากต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกนอกพื้นที่กรุงเทพฯ

รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นภาพคนกรุงเทพฯต้องพายเรือเหมือนกับที่เคยเกิดน้ำท่วมเมื่อหลายสิบปีก่อน เพราะขณะนี้น้ำกว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังอยู่ในพื้นที่ส่วนเหนือของกรุงเทพฯ และ 28 จังหวัดยังเต็มไปด้วยน้ำ จึงอยากให้ทุกเครือข่ายทางการแพทย์ เตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉินเพื่อร่วมสนับสนุนกับส่วนของสธ.ด้วย

ในส่วนของการเข้ารับบริการการรักษาพยาบาล ของประชาชนที่ใช้สิทธิ 30 บาทในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือที่จะให้เข้าใช้บริการในโรงพยาบาลเอกชนได้โดยให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ตามจ่ายค่ารักษาพยาบาลในภายหลัง

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า ผู้ประกันตนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมสามารถเข้ารับบริการการรักษาพยาบาลได้ทุกโรงพยาบาลเอกชนไม่เฉพาะโรงพยาบาลตามสิทธิเท่านั้น โดยไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน เนื่องจากสำนักงานประกันสังคม(สปส.)จะตามจ่ายให้ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ได้มีโรงพยาบาล 40 แห่งที่เข้าร่วมโครงการโดยจัดแบ่งเป็นโซน ได้แก่ 1.พื้นที่จ.สระบุรี - จ.อยุธยา -จ.ปทุมธานี -จ.นนทบุรี 11 แห่ง ประกอบด้วย รพ.เกษมราฎร์ รัตนาธิเบศร์ รพ.วิภาราม-ปากเกร็ด รพ.แพทย์รังสิต รพ.ภัทร-ธนบุรี รพ.เอกปทุม รพ.นวนคร รพ.ปทุมเวช รพ.ราชธานี รพ.ศุภมิตรเสนา รพ.นวนคร อยุธยา รพ.เกษมราฎร์ สระบุรี 2. พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทราและกรุงเทพตะวันออก 13 แห่ง คือ รพ.จุฬารัตน์ 11 รพ.โสธราเวช รพ. สายไหม รพ.นวมินทร์ 1 รพ.นวมิทร์ 9 รพ.บี.แคร์ รพ.ลาดพร้าว รพ.วิภาราม รพ.เกษมราษฎร์ สุขาภิบาล 3 รพ.จุฬารัตน์ 3 รพ.จุฬารัตน์ 9 รพ.บางนา 2 รพ.รวมชัยประชารักษ์ 3.จ.สมุทรสาคร 10 แห่ง รพ.มหาชัย 1 รพ.มหาชัย 2 รพ.แม่กลอง รพ.ศรีวิชัย 3 รพ.ศรีวิชัย 5 รพ.เกษมราฎร์ บางแค รพ.บางไผ่ รพ.นครธน รพ.บางมด รพ.บางปะกอก 9 และ 4.จ.สมุทรปราการ 7 แห่ง รพ.สำโรง รพ.เมืองสมุทร รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้า รพ.เปาโลสมุทรปราการ รพ.รัทรินทร์ รพ.ศิครินทร์และรพ.บางนา 1

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม