รพ.จิตเวชยุคใหม่

| |
อ่าน : 579

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

รพ.จิตเวชยุคใหม่ thaihealth

แฟ้มภาพ

          กรมสุขภาพจิต พลิกโฉมบริการรพ.จิตเวชยุคใหม่ เห็นผลใน 3 เดือน เพิ่มการเข้าถึงเด็กโรคสมาธิสั้นให้ได้ร้อยละ 75 ใน 10 ปี

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิตประกอบพิธีเนื่องในวันครบรอบ 26 ปีการสถาปนากรมสุขภาพจิต ที่กรมสุขภาพจิต จ.นนทบุรี ว่า การจัดระบบบริการสุขภาพจิตของประเทศที่ผ่านมา พบว่า มีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ ผลสำรวจด้านระบาดวิทยาโรคจิตเวชและปัญหาสุขภาพจิตระดับชาติครั้งล่าสุดในพ.ศ.2556 พบประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป มีอัตราป่วยเป็นโรคจิตเวชและมีปัญหาสุขภาพจิตร้อยละ 13.9 หรือมีจำนวน 7,157,405 คนทั่วประเทศ ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้เร่งเพิ่มการเข้าถึงบริการ โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาล(รพ.)ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ ให้สามารถรักษาพยาบาลผู้ป่วยใกล้บ้าน จนถึงปี 2560 มีผู้ป่วยทุกโรคได้รับการรักษาทั้งประเภทผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในร้อยละ 48 สาเหตุที่ประชาชนเข้าถึงน้อยกว่าโรคทางกาย เนื่องจากผู้ป่วยมักถูกสังคมตีตรา ประณามว่า เป็นคนบ้า เป็นคนเสียสติ ไม่กล้าเข้ารักษาในรพ.จิตเวช ทั้งๆที่โรคทางจิตเวชเป็นโรคที่รักษาได้จนหายขาดหรือมีอาการทุเลาขึ้น สามารถใช้ชีวิตในสังคม ทำงาน มีอาชีพได้

          อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ในการพัฒนาระบบบริการ ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป จะเน้นหนัก 2 เรื่องใหญ่ ประการแรก คือ การพลิกโฉมบริการใหม่ของรพ.จิตเวชทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มี 20 แห่งทั่วประเทศ โดยเน้นให้ทุกแห่ง จัดสิ่งแวดล้อมให้เป็นมิตร ลดการสร้างตราบาปผู้ป่วย มีอาคารสถานที่สะอาด ทุกจุดบริการมีบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ให้ผู้ป่วยและญาติรู้สึกผ่อนคลาย ขั้นตอนการให้บริการไม่ซับซ้อน เคารพและให้เกียรติผู้ป่วย โดยให้เห็นผล ประชาชนสัมผัสได้จริงภายใน 3 เดือน และให้การรักษาอย่างครบวงจร คือ รักษาด้วยยา หรือด้วยไฟฟ้า และการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยทั้งด้านกาย ใจ สังคมและจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นหัวใจของการรักษาผู้ป่วยจิตเวช ดูแลเสมือนเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยหายหรือทุเลาได้เร็วขึ้น เพื่อคืนคุณค่าและศักดิ์ศรีให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเป็นสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ร่วมกับชุมชน

          ประการที่ 2 คือ การเพิ่มการเข้าถึงบริการเด็กที่ป่วยเป็นโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactive Disorder) หรือที่เรียกว่าโรคไฮเปอร์ ซึ่งขณะนี้พบในเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีได้ร้อยละ 5.4 คาดมีเด็กป่วย 437,136 คนประเทศ แต่ยังเข้าถึงบริการรักษาน้อยมาก ข้อมูลในปี 2560 มีเพียงร้อยละ 10.55 โรคนี้พบอาการตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะเด็กวัยเรียน เด็กจะขาดสมาธิ ซนอยู่ไม่นิ่ง หุนหันพลันแล่น ผู้ปกครองมักเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กดื้อเด็กซนปกติทั่วไป คิดว่าเมื่อเด็กโตขึ้น จะหายได้เอง จึงไม่พาเข้ารับการรักษา ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเรียนและเกิดโรคทางอารมณ์และพฤติกรรมสูงกว่าเด็กทั่วไป เสี่ยงก่อปัญหาสังคมโดยเฉพาะปัญหาความรุนแรง อาชญากรรม และยาเสพติดเมื่อโตขึ้น โดยกรมสุขภาพจิต มีนโยบายจัดทำทศวรรษการเข้าถึงการรักษาของเด็กโรคสมาธิสั้น ตั้งเป้าภายใน 10 ปี จะเพิ่มให้ได้ร้อยละ 75

          อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อไปว่า ได้ตั้งคณะทำงาน 1 ชุด มีนายแพทย์สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตเป็นประธาน เพื่อจัดทำแผนดำเนินการต่างๆ ทั้งด้านการพัฒนาระบบการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาเด็กที่มีความผิดปกติได้ง่ายขึ้น ความร่วมมือกับโรงเรียน การอบรมกุมารแพทย์และจิตแพทย์ผู้ใหญ่ทั่วประเทศ ให้สามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคนี้ได้ด้วย ซึ่งโรคนี้มียารักษาควบคุมอาการได้ จากสถิติที่ผ่านมา พบว่า เด็กสมาธิสั้นเมื่อได้รับการรักษา ประมาณ 2 ใ น 3 อาการจะหายหรือดีขึ้น สามารถเรียนหนังสือและทำงานได้เหมือนคนทั่วไป

 

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม