‘วังพิณพาทย์’ งานศพไม่เมา เสาร์-อาทิตย์ปลอดแอลกอฮอล์

| |
อ่าน : 699

ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้า 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

‘วังพิณพาทย์’ งานศพไม่เมา เสาร์-อาทิตย์ปลอดแอลกอฮอล์ thaihealth

‘วังพิณพาทย์’ งานศพไม่เมา เสาร์-อาทิตย์ปลอดแอลกอฮอล์

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่าคนไทยดื่มเหล้ามากเป็นอันดับ 5 ของโลก หรือประมาณ 16.2 ล้านคน โดยมีนักดื่มหน้าใหม่ ที่มีช่วงอายุระหว่าง 15-19 ปี เพิ่มขึ้นปีละ 4.96%ขณะเดียวกันเมื่อเทียบกับประชากรทั่วโลก ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 2,000 ล้านคน หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรโลก ดื่มเฉลี่ยคนละ 6.13 ลิตรต่อปี แต่คนไทยดื่มเฉลี่ยถึงคนละ 58 ลิตรต่อปี ถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น นอกจากความสิ้นเปลือง คือปัญหาด้านสุขภาพ รวมทั้งการเกิดอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท

ธีรวัฒน์ ฉัตรธง กำนันตำบลวังพิณพาทย์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย กล่าวถึง ต้นเหตุของปัญหาว่ามาจากพื้นนิสัยของคนไทยขี้เกรงใจ เมื่อมีคนมาช่วยงานก็จะเลี้ยงอาหาร ทั้งของคาวและของหวาน พ่วงด้วยสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เมื่อมีคนเสียชีวิตในหมู่บ้าน ค่าใช้จ่ายในงานศพจะตกอยู่ 120,000-130,000 บาท กลายเป็นภาระหนักที่เจ้าภาพต้องแบกรับอย่างปฏิเสธไม่ได้ เจ้าภาพหลายรายเป็นหนี้สินหลังจากจัดงานศพเรียบร้อยแล้ว เข้าลักษณะ “คนตายขายคนเป็น”

กำนันธีรวัฒน์ ยังเล่าด้วยว่า เมื่อเหล้าเข้าปาก ก็จะพูดคุยกันเสียงดัง ไม่ค่อยฟังพระสวดอภิธรรม บางรายมาขอเหล้าจากเจ้าภาพขณะพระกำลังสวด พอเจ้าภาพไม่ให้ก็เอะอะ นอกจากนี้ยังเคยเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มถึงขั้นพิการ และเสียชีวิต จึงได้หารือกับพระสงฆ์ นายอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และแกนนำคุ้มบ้าน เพื่อหาทางออก เพราะคนตายแล้ว ไม่ควรซ้ำเติมกัน เนื่องจากเกิดความสูญเสียมากพอแล้ว

เมื่อชุมชนประสบกับปัญหานี้ แกนนำชุมชนจึงหาทางออกร่วมกัน จึงขอรับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำโครงการลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (งานศพปลอดเหล้าเสาร์-อาทิตย์ปลอดแอลกอฮอล์) หมู่ 3 บ้านป่ามะม่วง ต.วังพิณพาทย์

‘วังพิณพาทย์’ งานศพไม่เมา เสาร์-อาทิตย์ปลอดแอลกอฮอล์ thaihealth

ช่วงเริ่มต้นโครงการได้มีการประชุมคุ้มบ้านทั้งหมด 6 คุ้ม ว่าจะดำเนินงานอย่างไร บางคนเสนอขอกินเหล้าเฉพาะวันขนของ-เก็บของ บางคนเสนอให้แบ่งโซนดื่ม-ไม่ดื่ม ในที่สุดได้ข้อสรุปว่าอนุโลมให้ดื่มได้ในวันขนของ-เก็บของ แต่ขอความร่วมมือไม่ดื่มช่วงพระสวดอภิธรรม พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวน 21 คน ประกอบด้วยคณะกรรมการคุ้มละ 3 คน รวม 18 คน กับผู้นำชุมชนอีก 3 คน โดยมี ผอ.รพ.สต. และเจ้าอาวาสเป็นที่ปรึกษา

กว่าชาวบ้านจะรับและยอมปฏิบัติตามกติกาได้ ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ยิ่งก่อนทำโครงการ ภายในหมู่บ้านมีคนตายปีละ 4-5 ศพ พอทำโครงการยังไม่ครบปี มีคนตายแล้ว 7 ศพ ทำให้ชาวบ้านคิดมาก และหวาดวิตก ต้องคอยปลอบใจว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของคนที่หมดกรรม ไม่ใช่อาถรรพ์จากโครงการ ขณะเดียวกันเจ้าอาวาสก็ช่วยพูด ช่วยเทศน์ ทำความเข้าใจกับชาวบ้านตามวาระโอกาส และยังขยายผลให้หมู่บ้านอื่นรับรู้ว่าหมู่ 3 ทำโครงการงานศพปลอดเหล้า อีกทางหนึ่งคือดึงหน่วยงานที่เกี่ยวกับนโยบายเข้าร่วม อาทิ ให้นายอำเภอเซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ ลงนามในใบประกาศ แจกใบประกาศ ฯลฯ และที่สำคัญในการติดตามตรวจสอบของคณะกรรมการนั้น จะใช้สายตรวจจักรยานเป็นหลัก เพราะไม่มีเสียง สามารถเข้าถึงได้ทุกจุดโดยคนไม่รู้ตัว ถ้าพบว่ามีการดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะเป็นงานศพ หรือวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะตักเตือน ขอความร่วมมือให้งด และนำมาพูดคุยกันในที่ประชุมของคณะกรรมการ เพื่อหาทางออกต่อไป

กำนันธีรวัฒน์ ย้ำว่า ผลที่ได้คือชาวบ้านมีระเบียบวินัยมากขึ้นฟังพระสวดอย่างสงบ และค่าใช้จ่ายก็ลดลงมากไม่ถึง 1 แสนบาท จึงได้ขยับมาเพิ่มมาตรการเสาร์-อาทิตย์ ปลอดแอลกอฮอล์ด้วยความเห็นชอบจากชาวบ้าน เพราะมองว่าวันหยุดน่าจะเป็นวันครอบครัว แต่พอพ่อบ้านหันไปใช้เวลาดื่มสังสรรค์กับเพื่อน ก็ทำให้ครอบครัวมีปากเสียง ขาดความอบอุ่น การงดดื่มในวันเสาร์-อาทิตย์ จึงช่วยสานสัมพันธ์ในครอบครัวให้กลับมาเหนียวแน่นอีกครั้ง พร้อมๆ กับคนในชุมชนมีสุขภาพดี จากที่เคยตรวจพบความดันโลหิตสูง 126 คน จากประชากร 800 คน และมีเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย ปัจจุบันสามารถควบคุมได้เพิ่มขึ้น

ทางด้านทองสุก ฉัตรกัน คณะกรรมการคุ้มที่ 1 และเจ้าภาพงานศพในระหว่างทำโครงการงานศพปลอดเหล้า เสาร์-อาทิตย์ปลอดแอลกอฮอล์ เล่าว่า ในช่วง 4-5 ปีก่อน ได้สูญเสียพ่อและแม่ไปในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ปรากฏว่าเสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพถึง 120,000บาท/ศพ โดยในจำนวนนี้เป็นค่าเหล้า แอลกอฮอล์ต่างๆ หลายหมื่นบาท เสร็จงานแล้วในฐานะเจ้าภาพก็เหงาเศร้าทั้งจากการสูญเสียบุพการี และค่าใช้จ่ายที่บานเบอะ

“พอเข้าร่วมโครงการ ภรรยาผมเสียชีวิต ก็ต้องจัดงานศพอีก และถือเป็นศพแรกที่เกิดขึ้นในชุมชนหลังจากเข้าโครงการแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตกราว 7-8 หมื่นบาท เพราะเป็นงานศพปลอดเหล้า แถมงานทำบุญ 7 วัน และ 100 วัน ก็ไม่เลี้ยงแอลกอฮอล์”ลุงทองสุก อธิบาย

ด้วยเหตุที่เป็นงานแรกของชุมชนที่ไม่เสิร์ฟเหล้า งานจึงเงียบมาก จนทั้งเจ้าภาพ และแขกที่มาร่วมงานรู้สึกอึดอัด กดดัน ไม่ชินกับการไม่ได้ดื่มเหล้าในงานศพ ซ้ำตัวของลุงทองสุกเองก็เป็นนักดื่ม ในยามปกติเมื่อกลับจากไร่นา มักจะซื้อติดมือกลับไปดื่มที่บ้านเป็นประจำ พอมาร่วมโครงการถึงหยุด เพราะรู้สึกอาย และตระหนักดีว่าในฐานะคณะกรรมการ ซึ่งถือเป็นแกนนำหลักต้องหยุดเป็นตัวอย่างก่อน ภายในงานศพจึงมีผู้นำหมู่บ้านและคณะกรรมการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คนอื่นๆ นั่งอยู่เป็นเพื่อนตลอด ไม่ให้เงียบเหงาจนเกินไป

แม้งานแรกจะมีคนน้อย แต่งานถัดมาชาวบ้านก็เริ่มปรับตัว ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ส่งผลให้งานศพปลอดเหล้าเป็นที่กล่าวขานถึง และในวันนี้ก็ได้รับการยอมรับจากคนทั้งตำบลไปแล้ว

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม