กรมการแพทย์ เผยวิธีตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย

| |
อ่าน : 60,828

ที่มา : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมการแพทย์ 

กรมการแพทย์ เผยวิธีตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย  thaihealth

แฟ้มภาพ

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ เผยวิธีการตรวจ หาสารเสพติดในร่างกายเพื่อการคัดกรองและบำบัดรักษาที่สามารถระบุประเภทของยาและสารเสพติดที่ตรวจพบได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันสารเสพติดที่พบมาก คือ ยาและสารเสพติดกลุ่มแอมเฟตามีน ซึ่งได้แก่ ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี ยาเลิฟ นอกจากกลุ่มนี้แล้วยังมียาและสารเสพติดชนิดอื่นๆ อีก เช่น เฮโรอีน ฝิ่น มอร์ฟีน กัญชา กลุ่มยากล่อมประสาท และยานอนหลับ การตรวจหายาและสารเสพติดในร่างกาย จะใช้การตรวจจากตัวอย่างปัสสาวะซึ่งจะได้ผลดีที่สุดและเป็นที่ยอมรับในกระบวนการยุติธรรมในระดับสากล เพราะเมื่อเข้าสู่ร่างกายโดยการกิน ฉีด สูบ หรือสูดดมควัน ยาและสารเสพติดเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด หลังจากนั้นประมาณ 2-3 ชั่วโมง ร่างกายจะขับยาและสารเสพติดออกมาทางปัสสาวะซึ่งมีความเข้มข้นมากพอทำให้ตรวจพบได้ง่ายและตกค้างในปัสสาวะได้นานหลายวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของผู้เสพแต่ละคน รวมถึงปริมาณที่ใช้ ความถี่และชนิดของยาและสารเสพติดที่เสพเข้าสู่ร่างกาย  

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี มีการตรวจหายาและสารเสพติดในร่างกาย ในกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดและผู้ต้องสงสัย 2 ขั้นตอนได้แก่ 1.การตรวจคัดกรองขั้นต้น (Screening  Test) เป็นการตรวจหาสารเสพติดเป็นกลุ่ม ในขั้นตอนนี้จะแสดงผลเพียงพบหรือไม่พบยาและสารเสพติดในร่างกายเท่านั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้รับการตรวจเสพยาบ้าหรือใช้สารเสพติดในกลุ่มนี้ โดยวิธีการตรวจคัดกรองขั้นต้นมีอยู่ 2 หลักการคือ หลักการคัลเลอร์เทสต์ (Color test) หรือที่เรียกกันว่า “ปัสสาวะสีม่วง” ซึ่งปัจจุบันวิธีการตรวจนี้ไม่นิยมนำมาใช้ตรวจแล้ว และหลักการทางอิมมูโนแอสเสย์ (Immunoassay) แบ่งเป็นที่ต้องใช้เครื่องอัตโนมัติในการตรวจ และใช้ชุดตรวจสำเร็จรูป (Test kits) ซึ่งจะแสดงผลเป็น บวก (positive) และ ลบ(Negative) ทั้งนี้ในรายที่ตรวจคัดกรองขั้นต้นแล้วพบว่า ผลเป็นบวกหรือมีข้อสงสัย  จะต้องทำการตรวจยืนยันในขั้นต่อไป 2. การตรวจยืนยัน (Confirmation Test)โดยใช้หลักการทางโครมาโตรกราฟฟี (Chromatography) ซึ่งเป็นเทคนิคการตรวจขั้นสูง เป็นการตรวจวิเคราะห์ที่มีความละเอียดสูงสามารถตรวจหายาและสารเสพติดที่มีปริมาณน้อยๆได้ และสามารถแยกชนิด ระบุประเภทของยาและสารเสพติดได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ เป็นมาตรฐานสากล เช่น แอมเฟตามีน เมทแอมเฟตามีน ทรามาดอล อัลพราโซแลม เป็นต้น สามารถนำมาใช้ตรวจคัดกรองในผู้ต้องสงสัยและตรวจประเมินในผู้ป่วยยาและสารเสพติดได้เป็นอย่างดี

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม