ยาปฏิชีวนะไม่ใช่ยาแก้อักเสบ!!!

| |
อ่าน : 7,015

ที่มา : คู่มือสุขภาพประชาชน โดย สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)

ยาปฏิชีวนะไม่ใช่ยาแก้อักเสบ!!! thaihealth

แฟ้มภาพ

ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) เป็นยาที่ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่โดยทั่วไปมักเรียกยาปฏิชีวนะว่า “ยาแก้อักเสบ” ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการอักเสบส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น หลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้ คออักเสบจากการติดเชื้อไวรัส ข้ออักเสบจากโรคข้อเสื่อมหรือเก๊าท์ เป็นต้น

ยาปฏิชีวนะมีหลายชนิด เช่น เพนนิซิลลิน (Penicillin), อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin), เตตร้าซัยคลิน (Tetracycline) เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างกัน

เป็นหวัด เจ็บคอ ต้องกินยาปฏิชีวนะไหม???

หลายคนคิดว่าการเป็นหวัดเจ็บคอ แล้วต้องกินยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ จริง ๆ แล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะโรคหวัดเกิดจาก “เชื้อไวรัส” แต่ยาปฏิชีวนะใช้สำหรับฆ่า “เชื้อแบคทีเรีย” ดังนั้นการกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรค หรืออาการที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสจึงไม่ถูกต้อง แถมยังทำให้เปลืองเงิน เสี่ยงต่อการแพ้ยา และก่อปัญหาเชื้อดื้อยาด้วย

เป็นแผลเลือดออกจำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อไหม???

ถ้าแผลไม่สัมผัสสิ่งสกปรก ขอบเรียบ ล้างแผลอย่างถูกวิธี และสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ และที่สำคัญคือ อย่าให้แผลโดนน้ำ (อย่างน้อย 3 วัน หรือตามแพทย์สั่ง) รักษาบริเวณแผลให้สะอาด ไปทำแผลตามนัด หรือทำแผลเองอย่างถูกวิธี เพียงเท่านี้แผลก็หายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

“ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยป้องกันการติดเชื้อ” ไม่ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น การรักษาความสะอาดของแผลให้ดีก็เพียงพอที่จะทำให้แผลหายได้ แต่หากแผลบวมแดงอักเสบ ให้รีบปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที

ยาปฏิชีวนะหยุดอาการท้องเสียได้จริงหรือไม่???

ยาปฏิชีวนะใช้ได้ผลกับอาการท้องเสียที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ส่วนอาการท้องเสียจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะใช้ไม่ได้ผล

อาการท้องเสียจากการติดเชื้อแบคทีเรียพบน้อยมาก (จากจำนวนคนท้องเสีย 100 คน จะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจำนวน 5 คนเท่านั้น) การกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งที่ท้องเสียจึงเปลืองเงิน เสี่ยงต่อการแพ้ยาและก่อปัญหาเชื้อดื้อยาด้วย

อันตรายจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม

  • แพ้ยา มีตั้งแต่อาการเล็กน้อย เช่น มีผื่นคัน จนอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เช่น รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวกและช็อค
  • อาการข้างเคียง อาการเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเดิน อาการรุนแรง เช่น ตับอักเสบและเอ้นร้อยหวายฉีกขาด
  • ดื้อยา ถ้าเชื้อดื้อยาทำให้ต้องรับประทานยาที่อันตรายมากขึ้น ราคาแพงขึ้น ใช้เวลารักษานานขึ้น และสุดท้ายไม่มียาใดรักษาหาย
  • ติดเชื้อแทรกซ้อน อาจทำให้ติดเชื้อราแทรกซ้อน เช่น มีตกขาว หรือเป็นเชื้อราในช่องปาก เป็นต้น

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม