ไทยส่งยาต้านพิษ "โบทูลินัม" ช่วยผู้ป่วยไนจีเรีย

| |
อ่าน : 1,183

ที่มา : MGR Online

ไทยส่งยาต้านพิษ

แฟ้มภาพ

          ไทยส่งยาต้านพิษ "โบทูลินัม" ช่วยผู้ป่วยไนจีเรีย หลังองค์การอนามันโลกประสานขอความช่วยเหลือ จัดส่งถึงใน 3 วัน ช่วยผู้ป่วยได้ทันเวลา

          นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อวันที่13ม.ค.2561สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้รับการประสานงานจากผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยขอรับการช่วยเหลือยาต้านพิษให้ประเทศไนจีเรีย โดยได้รับการแจ้งว่ามีผู้ป่วยชาวไนจีเรีย 3 ราย ได้รับพิษโบทูลินัมท็อกซิน(Botulinum toxin)ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว 1 ราย และกำลังรักษาอยู่ในห้องไอ.ซี.ยู.2 ราย เนื่องจากมีภาวะระบบการหายใจล้มเหลว ทาง ศ.นพ.วินัย วนานุกูล หัวหน้าศูนย์พิษวิทยา รพ.รามาธิบดี ได้ประสานงานเพื่อยืนยันการวินิจฉัยอาการกับทางผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไนจีเรีย ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นพิษจากโบทูลินัมท็อกซิน(Botulinum toxin)จริง ต่อมา สปสช.จึงประสานงานองค์การสัชกรรมและผู้เกี่ยวข้องเพื่อส่งยาโบทูลินัมแอนตีท็อกซิน (Botulinum antitoxin) จำนวน 4 vial หรือ 4 หลอดไปประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2561และผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไนจีเรียได้รับยาแล้วเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 ในที่สุด

          นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า จากเหตุการณ์นี้ จะเห็นได้ว่าผลการดำเนินเพิ่มการเข้าถึงยาต้านพิษของประเทศไทยและการสำรองคลังยาต้านพิษของไทยซึ่งเป็นผลมาจากการสร้างเครือข่ายยาต้านพิษอันประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช สภากาชาดไทย หน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรมและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่เพียงช่วยชีวิตผู้ป่วยรับพิษในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านที่ขอความช่วยเหลือได้ทันสถานการณ์แล้วยังสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยในประเทศต่างๆ ที่มีความจำเป็นได้อีก เช่นในกรณีนี้คือ ประเทศไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศในทวีปแอฟริกา องค์การอนามัยโลกก็ประสานงานมายังประเทศไทยเพื่อให้การช่วยเหลือ และสามารถประสานงานและดำเนินการจัดส่งได้ภายในเวลา3วัน ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันเวลา

          นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า การสำรองยาต้านพิษไว้นั้น เป็นหลักประกันอย่างหนึ่งที่สำคัญสำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับพิษซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากยาต้านพิษเป็นกลุ่มยากำพร้าที่มีราคาสูงมากและไม่ได้หาซื้อได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างยาโบทูลินัมแอนตีท็อกซิน (Botulinum antitoxin)มีราคาvialหรือหลอดละ120,000บาท ประเทศไทยเคยเผชิญกับสถานการณ์นี้เมื่อปี2549ที่ จ.น่านที่มีผู้ป่วยได้รับพิษจากเชื้อคลอสทริเดียม โบทูลินัมเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยได้รับพิษจากหน่อไม้ปี๊บ ซึ่งเชื้อตัวนี้จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมไปถึงกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ หากรุนแรงก็ทำให้หายใจเองไม่ได้ ซึ่งปีนั้นมีผู้ป่วยต้องใส่เครื่องช่วยหายใจมากถึง40กว่าคน ไม่ใส่เครื่องช่วยหายใจอีก50-60คน

          ในขณะนั้น กรมควบคุมโรคต้องหาซื้อยาดังกล่าวจากหลายประเทศเพื่อให้เพียงพอต่อการรักษา ซึ่งกว่ายาจะเดินทางมาถึงก็ใช้เวลาถึง6วันหลังจากมีอาการป่วย จึงเป็นบทเรียนให้เรารู้ว่าจะต้องมีการสำรองยาต้านพิษไว้ สปสช.จึงได้มีการพูดคุยกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะศูนย์พิษวิทยา รพ.รามาธิบดี, กระทรวงสาธารณสุข และองค์การเภสัชกรรม กระทั่งสามารถจัดทำระบบสำรองยาต้านพิษได้ในปี2554เป็นต้นมา เมื่อมีผู้ป่วย หน่วยบริการสามารถโทรศัพท์มาประสานเพื่อส่งยาได้ หากเป็นพื้นที่ใกล้เคียงก็สามารถส่งได้ผ่านรถฉุกเฉิน หากทางไกล อย่างกรณีที่สมุย ก็จัดส่งทางเครื่องบิน โดยความร่วมมือขององค์การเภสัช

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม