วิธีบำบัดอาการป่วยทางจิตให้ได้ผล

| |
อ่าน : 2,204

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วิธีบำบัดอาการป่วยทางจิตให้ได้ผล thaihealth

แฟ้มภาพ

          อาการป่วยทางจิตเป็นกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติทางความ คิด การรับรู้ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และหลายครั้งนำมาซึ่งผลเสียที่พบบ่อยในสังคม เช่น อาการหวาดระแวง อาจส่งผลให้มีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายตนเอง หรือผู้อื่น ทำให้ผู้ป่วยด้วยโรคทางจิตเวชถูกมองเป็นคนน่ากลัว หรือถูกอคติจากสังคม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโรคดังกล่าวสามารถบำบัดเพื่อให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตปกติในสังคมได้ เริ่มต้นที่คนในครอบครัวผู้ป่วยเอง

                   ผศ.พญ.ดาวชมพู นาคะวิโร ภาคจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า อาการป่วยทางจิตเวชเกิดจากการที่สารเคมีสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติ จากหลายสาเหตุ เช่น การใช้สารเสพติด กรรมพันธุ์ การติดเชื้อ ส่งผลให้สารเคมีในสมองเกิดการเปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านอารมณ์และพฤติกรรมการแสดงออก เนื่องจากสารเคมีที่เปลี่ยนแปลงในสมองนั้นส่งผลทางด้านความคิด การรับรู้ และการใช้ชีวิตในสังคม

          ผลกระทบต่อความคิด คือ ผู้ป่วยจะมีอาการหลงผิด หรือคิดว่าจะมีคนมาทำร้ายทั้งที่ไม่มี

          ผลกระทบต่อการรับรู้ต่อประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสิ่งใดมากระตุ้น แต่สมองรับรู้ขึ้นมาเป็นความผิดปกติ เช่น อาการหูแว่ว ซึ่งพบบ่อยในโรคจิตเภท หรือ อาการเห็นภาพหลอน ที่พบบ่อยในกลุ่มอาการทางจิตที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบประสาททำงานผิดปกติ

          ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในสังคม คือผู้ป่วยจะไม่สามารถทำงานได้ ไม่มีสมาธิ เนื่องจากความคิด และการรับรู้ที่ผิดปกติรบกวน

          วิธีการสังเกตตัวเองหรือคนรอบข้างว่าเข้าข่ายผู้ป่วยอาการทางจิตเวชหรือไม่นั้น คือ ดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางความคิด อารมณ์และพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากเดิม โดยอาจจะมีความเครียดนำมาก่อน ที่สำคัญถ้าอาการเหล่านั้นส่งผลให้ไม่สามารถเรียนหนังสือ ทำงานได้ตามปกติ ตลอดจากการดูแลตัวเองในการทำกิจวัตรประจำวัน หรือมีพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อตัวเอง หรือผู้อื่น ก็ควรจะรีบมาพบแพทย์

          การบำบัดรักษา แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ การบำบัดโดยการใช้ยาและไม่ใช้ยา การใช้ยาคือการปรับสารเคมีในสมองที่เป็นสาเหตุของโรคให้มีความสมดุล หรือรักษาอาการป่วยทางร่างกายที่ทำให้เกิดโรคทางจิตเวช เช่น โรคติดเชื้อในสมอง ส่วนการรักษาโดยไม่ใช้ยา จะเน้นเรื่องการดูแลจิตใจของตนเอง ไม่มุ่งเน้นที่จะเปลี่ยนแปลงผู้อื่น เพราะอาจทำได้ยากกว่า  สามารถปรับตัวกับปัญหาต่าง ๆ  มีสติรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด ความคาดหวังที่เกิดขึ้น และปรับความคาดหวังให้ตรงกับความเป็นจริง

          การรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยด้วยโรคทางจิตเวช เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตปกติในสังคมได้ มีดังนี้

          1.การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก เพื่อรักษาได้เร็ว และต่อเนื่องโดยเฉพาะการรับประทานยาซึ่งควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ไม่ควรปรับยาหรือหยุดยาเอง เนื่องจากจะทำให้โรคกลับเป็นซ้ำได้

          2.ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา การใช้สารเสพติด

          3.ให้ผู้ป่วยได้ทำกิจกรรมที่ให้คุณค่ากับอารมณ์ ความรู้สึก เช่น งานอดิเรก กิจกรรมทางศาสนา

          4.ส่งเสริมความเข้าใจในตัวโรค และการดูแลผู้ป่วย กับคนในครอบครัว และสังคม เพราะคนในครอบครัวคือส่วนสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ควรทำความเข้าใจ ไม่มองว่าผู้ป่วยเป็นบุคคลอันตราย หรือแสดงอาการหวาดกลัวต่อผู้ป่วย หลีกเลี่ยงการพูดจาด้วยถ้อยคำรุนแรงต่อผู้ป่วย เพราะอาจส่งผลให้อาการมีความรุนแรงมากขึ้น   การเปิดใจรับฟัง พูดคุย รวมถึงให้กำลังใจผู้ป่วยมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการที่ดีขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป

 

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม