แพทย์แนะวิธีเยียวยา “เส้นเลือดขอด”

| |
อ่าน : 10,675

ที่มา : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมการแพทย์ 

แพทย์แนะวิธีเยียวยา “เส้นเลือดขอด”  thaihealth

แฟ้มภาพ

ภาวะเส้นเลือดขอดพบมากในคนไทย บางรายอาจมีอาการไม่มากเห็นเพียงเส้นเลือดแดงฝอยไปจนถึงโป่งมากขึ้นถึงแม้ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจส่งผลกระทบตามมา แพทย์แนะวิธีดูแลปลอดจากเส้นเลือดขอด

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์  อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า หลอดเลือดดำที่บริเวณขา ประกอบด้วยลิ้นของหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนในหลอดเลือดเป็นปกติ เมื่อเกิดภาวะที่ลิ้นเหล่านี้ทำงานผิดปกติจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุที่มากขึ้น  กรรมพันธุ์ การยืนนานๆการตั้งครรภ์ หรือสาเหตุอื่นๆ ผนังของลิ้นหลอดเลือดจะมีการยืดตัวทำให้การไหลเวียนเลือดผิดปกติ เกิดการเพิ่มความดันในหลอดเลือดดำจนทำให้ขยายตัวมากขึ้น มีลักษณะเป็นเส้นเลือดฝอยแดง เส้นเลือดขอด ขาบวม สีคล้ำมากขึ้น  ผื่นผิวหนังอักเสบ  ภาวะหนังแข็ง จนเกิดเป็นแผล ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเมื่อย แสบร้อนและมีตะคริวร่วมด้วย  การรักษาเส้นเลือดขอดจำเป็นต้องตรวจเพิ่มโดยวิธีอัลตราซาวนด์เพื่อตรวจการไหลเวียนของเลือด  และวางแผนการรักษาของแพทย์  การรักษาภาวะหลอดเลือดดำผิดปกติ  อาจจะใช้เวลานานขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และรอยโรคตามผิวหนัง หรืออาการต่างๆ  ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ทันที การรักษามีหลายวิธี  เช่น  

1. การผ่าตัดเส้นเลือดดำที่บริเวณต้นขา  เหมาะในรายที่เส้นเลือดดำมีลักษณะขดมาก ไม่สามารถรักษาด้วยวิธี ผ่าตัดเล็กได้  ผลการรักษาดี แต่มีระยะเวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน 

2. การรักษาโดยใช้สายสวนหลอดเลือดร่วมกับคลื่นความถี่วิทยุ   หรือเลเซอร์  ใช้รักษาหลอดเลือดดำที่มีปัญหาลิ้นผิดปกติ จะมีแผลขนาดเล็ก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และมีภาวะแทรกซ้อนน้อย  

3. การฉีดสารทำลายหลอดเลือดในรูปแบบโฟมภายใต้การอัลตราซาวนด์  ใช้รักษาในรายที่หลอดเลือดมีลักษณะขดไปมา ไม่สามารถทำการรักษาด้วยวิธีสายสวนได้ 

4. การรักษาด้วยเลเซอร์และสารทำลายหลอดเลือด ใช้ในการรักษาหลอดเลือดดำฝอย  และเส้นเลือดขอดขนาดเล็ก  เหมาะกับผู้ที่ไม่มีภาวะลิ้นหลอดเลือดดำผิดปกติ  หรือผ่านการรักษาลิ้นหลอดเลือดมาแล้ว

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ  วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์  กล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดดำผิดปกติ คือไม่ควรยืนหรือนั่งเฉย ๆ เป็นเวลานาน ควรปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ  หรือขยับข้อเท้าหากไม่สามารถลุกออกจากที่นั่งได้ เพื่อให้ร่างกายได้มีโอกาสส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้อย่างเต็มที่ ควรยกขาสูงกว่าระดับหัวใจในเวลาพัก เช่น เอาหมอนหนุนที่บริเวณขาในท่านอน  ยกขาสูงอย่างน้อย 10 นาที  1-2 ครั้งต่อวัน ออกกำลังกายตามสภาพอายุ เช่น เต้นแอโรบิค เล่นโยคะ เดินเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ ช่วยให้ลิ้นของเส้นเลือดดำมีการเปิดปิดได้สะดวก และระบบเลือดในร่างกายหมุนเวียนดีขึ้น ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรค  หลีกเลี่ยงการอยู่ในภาวะที่กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ โยคะร้อน อาบน้ำร้อนจัด  นอกจากนี้ควรงดการใส่รองเท้ามีส้นสูง  หรือใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป  และที่สำคัญควรใส่  ถุงน่องที่มีความดันที่ปลายเท้าประมาณ  20-40  มิลลิเมตรปรอท จะทำให้หลอดเลือดดำสามารถไหลเวียนกลับสู่หัวใจได้ดี  ลดภาวะความดันสูงในหลอดเลือดดำ ลดภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษา เช่น เส้นเลือดอักเสบลิ่มเลือดอุดตัน รอยดำ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์และทำการวัดขนาดที่ถูกต้องก่อนการใช้งาน เพื่อให้ได้ความดันที่บริเวณข้อเท้า ที่เหมาะสมในการรักษา

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม