แรงงานไทยหนุนห้ามขายเหล้าในโรงงาน

โดย
| |
อ่าน : 9,244

 

แรงงานไทยจับมือนายจ้าง หนุนออกกฎหมายห้ามขายห้ามดื่มเหล้าในโรงงาน 24 ชั่วโมง ชี้ผลสำรวจนายจ้างลูกจ้าง เกิน 95% เห็นด้วย

สัญลักษณ์ห้ามดื่มของมึนเมา

มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมจัดเสวนานโยบายโรงงานสีขาว ลด ละ เลิกเหล้า พร้อมเดินหน้า ผลักดันร่างกฎหมายห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ประกอบกิจการโรงาน พ.ศ. ....เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้างและผู้ประกอบการ ทั้งนี้มีผู้ประกอบการ และลูกจ้าง กว่า 100 คนเข้าร่วม

นายสุชาติ ตระกูลหูทิพย์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 16-20 ก.พ.2555 ทางมูลนิธิฯได้สำรวจ ความคิดเห็นลูกจ้างและนายจ้าง ในประเด็นผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และความคิดเห็นต่อร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง “ห้ามขาย หรือห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ประกอบกิจการโรงงาน พ.ศ. ...” จากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 948 ราย แบ่งเป็น ลูกจ้าง 900 ราย และนายจ้าง 48 ราย ทั้งหมด 30 โรงงาน จากพื้นที่จังหวัดลำพูน นนทบุรี สมุทรสาคร นครปฐม พบว่า ลูกจ้าง 95.78% เห็นด้วยกับร่างประกาศฯ ฉบับดังกล่าว ขณะที่ นายจ้างเห็นด้วย 100 % เชื่อจะช่วยลดปัญหาการดื่มเหล้าของคนงานในโรงงานได้

นายสุชาติ กล่าวว่า สำหรับผลกระทบจากการดื่มเหล้ามีเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เห็นได้จากข้อมูลที่กลุ่มลูกจ้าง ระบุว่า กระทบต่อเศรษฐกิจและสุขภาพมากเป็นลำดับแรกคิดเป็น 19.47% ตามด้วยการทำให้เกิดอุบัติเหตุ 18.44% เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 18.05% ต้องถูกนายจ้างให้ใบเตือน  12.69% และถูกให้ออกจากงาน  13.39%  ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มนายจ้าง ยืนยันว่า การที่ลูกจ้างดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ผลผลิตแย่ลงเป็นลำดับแรกคิดเป็น 29.01% ตามด้วยชิ้นงานที่ขาดคุณภาพ 21.16% ต้องสูญเสียพนักงานเพราะอุบัติเหตุ 25.31% และปัญหาการถูกเลิกจ้างเพราะเมาทะเลาะวิวาท 18.52%

“จากผลสำรวจดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า ผลเสียที่เกิดขึ้นมีทั้งต่อตัวลูกจ้างและนายจ้าง เพราะค่ารักษาพยาบาล และค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ การทำงานขาดประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ยังมีผลวิจัยด้านนโยบายสุขภาพที่พบว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลเสียทางเศรษฐกิจเกือบ 200,000 ล้านบาท และสถิติกลุ่มแรงงานที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพราะดื่มแอลกอฮอล์มีมากถึง 40,000 คน ส่วนใหญ่อายุ 30-44 ปี รองลงมา 15-29 ปี ซึ่งผู้ที่ดื่มหรือเคยดื่มจะขาดงาน เพราะปัญหาสุขภาพ ประสิทธิภาพขณะทำงาน ลดลงกว่าผู้ไม่ดื่ม 1.7- 5.7 % ดังนั้น หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน ปัญหาต่างๆ คงดีขึ้นโดยลำดับ” นายสุชาติ กล่าว

นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ เชื่อว่าจะผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ และนายกรัฐมนตรีลงนามเพื่อบังคับใช้ เนื่องจากทุกภาคส่วนเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฯฉบับดังกล่าว



ที่มา:โพสต์ทูเดย์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม