ศึกษาระยะห่างป้องกันชนท้ายจากเส้นขาวกลางถนน

| |
อ่าน : 1,892

ที่มา : MGR Online 

ภาพประกอบจาก MGR Online 

ศึกษาระยะห่างป้องกันชนท้ายจากเส้นขาวกลางถนน thaihealth

กรมทางหลวง แจงเครื่องหมายตีเส้นจราจรเป็นแท่งสี่เหลี่ยม พร้อมป้าย “เว้นระยะ 50 เมตร จากคันหน้า” กำลังศึกษาระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างรถ 2 คัน ที่ขับตามกัน ก่อนทำป้ายและตีเส้นจราจรป้องกันอุบัติเหตุจากการชนท้าย แล้วเสร็จมีนาคมปีหน้า

จากกรณีที่กรมทางหลวงได้ตีเส้นจราจร ในลักษณะเป็นแถบสีเหลี่ยมสีขาว เว้นวรรคเป็นทางยาว บนช่องทางเลนกลางและเลนขวาสุด ของถนนพระราม 2 ช่วงระหว่างมหาชัยเมืองใหม่ ถึงทางแยกต่างระดับสมุทรสาคร ในพื้นที่ ต.คอกกระบือ ต.นาดี ต.ท่าทราย และ ต.มหาชัย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร พร้อมกับขึ้นป้ายจราจร ระบุว่า “เว้นระยะ 50 เมตรจากคันหน้า” ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมานั้น

กรมทางหลวง ชี้แจงว่า ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ดำเนินโครงการวิจัยในหัวข้อ “การศึกษาการลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากการชนท้าย กรณีศึกษาบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างรถ 2 คัน ที่ขับตามกัน และกำหนดรูปแบบการทำเครื่องหมายบนผิวจราจรที่เรียกว่า “ทรานส์เวิร์ส บาร์” (Transverse Bar)

โดยเครื่องหมายดังกล่าว จะห่างกันแถบละ 37 เมตร แบ่งเป็น 3 ชุด แต่ละชุดมี 20 แถบ ภายในระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ช่วงถนนที่จะดำเนินการวิจัยในครั้งนี้อยู่บริเวณ กม.23+200 ถึง กม.28+309 ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจข้อมูล คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2561 ในระหว่างดำเนินการ กรมทางหลวง ขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมทาง และสังเกตป้ายจราจรที่กรมทางหลวงติดตั้งไว้ หากท่านไม่ได้รับความสะดวกในการใช้เส้นทางดังกล่าว สามารถติดต่อได้ที่ แขวงทางหลวงสมุทรสาคร โทร. 0 3442 2935 หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586

อนึ่ง เครื่องหมายบนผิวจราจรที่เรียกว่า “ทรานส์เวิร์ส บาร์” ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายกรุงเทพฯ ชลบุรี ในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อนานมาแล้ว โดยตีเส้นจราจรบนช่องทางที่ 3 (เลนกลาง) พร้อมป้ายจราจรระบุว่า “รักษาระยะอย่างน้อย 2 จุด” เป็นระยะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการชนท้ายกันระหว่างรถคันหน้าและรถคันหลัง เนื่องจากมอเตอร์เวย์ดังกล่าวสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเทียบกับทางหลวงแผ่นดินที่ทำความเร็วได้ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม