ม.อุบลฯ แก้ปัญหาอ่าน-เขียน-สุขภาพวัยเรียน

| |
อ่าน : 1,379

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

ภาพประกอบจากเว็บไซต์ thainews.easybranches.com

ม.อุบลฯ แก้ปัญหาอ่าน-เขียน-สุขภาพวัยเรียน thaihealth

ม.อุบลราชธานี ร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดทำโครงการการเสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนสุขภาวะภาคอีสานตอนล่าง 

เพื่อสนับสนุนให้เกิดโรงเรียนสุขภาวะที่มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ผู้เรียนเป็นสุข ครอบครัวเป็นสุข โรงเรียนเป็นสุข ชุมชนเป็นสุขและสภาพแวดล้อมเป็นสุข โดยมุ่งพัฒนาครูให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก เป็นเครื่องมือพัฒนาเด็กและเยาวชนในโรงเรียน

ดร.ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า ม.อุบลราชธานี ซึ่งมีบทบาทมหาวิทยาลัยท้องถิ่น เล็งเห็นความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนภาคอีสาน จึงจัดทำโครงการการเสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนสุขภาวะภาคอีสานตอนล่าง ซึ่งเรียกว่า "โรงเรียนเฮ็ดดี มีสุข" (HD School) โดยมีสถานศึกษาในจังหวัดยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เข้าร่วมจำนวน 49 โรงเรียน โดย ม.อุบลราชธานี จะทำหน้าที่สนับสนุนโรงเรียนและเครือข่าย ให้มีการบริหารจัดการและจัดกระบวนการ กิจกรรมการเรียนรู้ในโรงเรียนที่ทำให้เด็กและเยาวชนเกิดการพัฒนา บูรณาการแนวทางเรียนรู้ โดยใช้ "โครงการ" เป็นฐาน ลดพฤติกรรมเสี่ยงและเพิ่มพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งด้านกาย จิต สังคม และสติปัญญาเพื่อสร้างโรงเรียนสุขภาวะที่มีองค์ประกอบครบทั้ง 5 ด้าน

ม.อุบลฯ แก้ปัญหาอ่าน-เขียน-สุขภาพวัยเรียน thaihealth

ดังตัวอย่างของโรงเรียนที่ จ.ศรีสะเกษ ผอ.สุจินต์ หล้าคำ จากโรงเรียนโนนปูนวิทยาคม อ.ไพรบึง กล่าวถึงโครงการ "ชุมชนเฮ็ดดี" นำปุ๋ยอินทรีย์สู่วิถีพอเพียง เพราะชุมชนตำบลโนนปูน ประกอบอาชีพการเกษตรเกือบ 100% แต่กลับใช้ปุ๋ยเคมีเป็นหลัก ก่อให้เกิดความไม่สมดุลในแร่ธาตุ เกิดภาวะสารพิษตกค้างในเลือด ทำให้เกิดโรคต่างๆ และยังเกิดสารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร เมื่อผู้ปกครองและนักเรียนบริโภคเข้าไป ก็ทำให้ร่างกายได้รับสารพิษเข้าไปด้วย เกิดการสะสมในร่างกาย มีภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง จากปัญหาดังกล่าวนำไปสู่การสอนในรูปแบบ PBL ใช้โครงการเป็นฐาน จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเรื่องการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยทดลองใช้ในโรงเรียนก่อน และขยายต่อยอดสู่ชุมชน

"โครงการนี้ทำให้ชาวชุมชน เกิดการเรียนรู้และตระหนักถึงผลกระทบในการใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีจำนวนมาก ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของคนในชุมชนด้วย"

ผอ.สุจินต์ กล่าวและว่า เมื่อโรงเรียนเป็นโรงเรียนของท้องถิ่น เราก็ต้องสนับสนุนทั้งเชิงวิชาการ และการช่วยเหลือแนะนำ สิ่งแรกอยากให้เด็กได้กระบวนการเรียนรู้ ที่ไม่แปลกแยกจากชุมชน แต่สามารถนำความรู้แนวคิด กระบวนการขั้นตอนไปใช้ในชีวิตที่ไปแก้ปัญหาครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน ทำให้เด็กรักถิ่นฐานบ้านเกิด นั่นคือแก่นของชีวิตทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เมื่อเด็กจบการศึกษาออกไปเป็นประชาชน ซึ่งก็คือหน่วยหนึ่งของชุมชน

ม.อุบลฯ แก้ปัญหาอ่าน-เขียน-สุขภาพวัยเรียน thaihealth

อีกทั้ง โครงการที่เราทำนั้นนำมาใช้ในช่วงลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ทำให้เห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดความสัมพันธ์ระหว่างครู นักเรียน มีปัญหาก็เปิดใจปรึกษาหารือได้เห็นบรรยากาศความสุข นักเรียนเราไม่ได้เรียนเก่งทางวิชาการ แต่มีความขยัน มุ่งมั่นอดทน จึงได้นำความรู้ตรงนี้ไปใช้ในเรื่องของการเรียน การทำงาน อาชีพ ถือเป็นเป้าหมายสำคัญต่อมุมมองการใช้ชีวิตของเด็กในอนาคต" ผอ.สุจินต์ กล่าว

ขณะที่โรงเรียนชุมชนบ้านศรีไค จ.อุบลราชธานี จัดทำโครงการอุ่นไอรักจากการอ่านสายใยสื่อสารผ่านสามวัย เพื่อแก้ปัญหาการอ่านเขียนของนักเรียน ครูปิยวรรณ พาหาทรัพย์อนันต์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนบ้านศรีไค (ศรีวัฒนาวิทยาคาร) อ.วารินชำราบ กล่าวถึงโครงการอุ่นไอรักจากการอ่าน สายใยสื่อสารผ่านสามวัย เพื่อส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย และสร้างนิสัยรักการอ่านแก่เด็กและเยาวชน ผ่านความร่วมมือของครอบครัว และชุมชน ซึ่งนอกจากจะเป็นการพัฒนาทักษะการอ่านแล้วยังส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีของคนในครอบครัวและชุมชนอย่างสร้างสรรค์

ม.อุบลฯ แก้ปัญหาอ่าน-เขียน-สุขภาพวัยเรียน thaihealth

"เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ มักเป็นเด็กด้อยโอกาส เด็กพิเศษที่จะถูกทอดทิ้ง เป็นเด็กห้องบ๊วย ใครก็ไม่อยากได้ จึงตั้งปณิธานว่าจะทำความดีถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยจะใช้ทุกโอกาสที่จะช่วยแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ซึ่งต้องแก้ไขทั้งองค์รวม ตั้งแต่ในบ้าน วิถีชีวิตปกติ สิ่งแวดล้อม จึงจะสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงผู้สูงอายุ ปราชญ์ชาวบ้าน ครอบครัวบ้านใกล้เรือนเคียง"

ครูปิยวรรณ กล่าวและว่า กิจกรรมจะเริ่มที่เด็กๆ นำหนังสือนิทานจากโรงเรียน ไปอ่านให้คนทุกช่วงวัยฟัง ทั้งในบ้านและชุมชนช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ให้เด็กไปคุยไปเล่นกับผู้ใหญ่ แลกเปลี่ยนถามไถ่ทุกข์สุข สิ่งที่ได้กลับมาคือวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ครูเองก็รู้ไปพร้อมกับเด็กด้วย ดังนั้น ก็จะได้ทั้งเรื่องการอ่าน ผ่านการคิด สู่การเขียน เพื่อการเรียนอย่างมีความสุข และมีจุดเด่นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครอบครัว เนื่องจากเด็กของเราไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ถึงร้อยละ90

อย่างไรก็ตาม เทคนิคที่นำมาใช้และเกิดความสำเร็จ คือ ครูสู้ด้วยใจ ส่งผลให้โรงเรียนได้รางวัลเรื่องการอ่าน ระดับชั้น ป.1 อันดับ 1 ของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม