ได้ยินคนพูดเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ยังทำใจไม่ได้...

| |
อ่าน : 1,148

ได้ยินคนพูดเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ยังทำใจไม่ได้... thaihealth

 “ได้ยินคนพูดเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ยังทำใจไม่ได้ ไม่อยากให้ย้ำ เรายังผ่านจุดนั้นไปไม่ได้”

สุชาดา วัย 54 ยิ้มบางๆ และพูดติดตลกว่าเธอกับฉันมีหัวใจดวงเดียวกัน คือหัวใจที่รักในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้วสาวใหญ่ชาวกระบี่ก็เริ่มเล่าว่าชีวิตของเธออยู่ภาคใต้ ภาพเหนือ กรุงเทพฯ อยู่มาทั่วแล้ว เธอเรียนระดับ ปวช. ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพระนครพณิชยการ เรียนจบก็กลับบ้านเกิดเปิดร้านขายอุปกรณ์การเกษตร ที่อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่

ผู้หญิงอารมณ์ดีคนนี้บอกว่าเธอรู้จักในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่จำความได้ เพราะพ่อแม่เล่าให้ฟัง ครูที่โรงเรียนก็สอน มีเหตุการณ์ที่เธอประทับใจตอนเรียนอยู่ชั้น มศ. 2 ที่ อ.แม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เด็กหญิงวัยรุ่นเดินเท้ากว่า 20 กิโลเมตร จากแม่ลาน้อย ไปรอรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินีที่ดอยแม่ฮ่อม เธอว่ารู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ เมื่อได้เห็นทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาตามทาง เธอเห็นพระองค์ท่านเป็นเหมือนเจ้าหญิงและเจ้าชาย เธอยิ้มแล้วแหงนหน้ามองบนท้องฟ้า

“พระองค์ท่านไม่มีพิธีการอะไรเลย ไม่มีการประกาศ แต่ที่ได้ไปก็เพราะน้าสาวชวนไปรับเสด็จ เดินทางจากบ้านตั้งแต่ 6 โมง ไปถึงก็นั่งรอจนเสด็จมา ประทับใจมากเลยนะไม่ถือองค์ คือ นั่งคุยแบบนี้เลยเหมือนเราคุยกัน  น้าไม่ได้พูดอะไรกับท่านหรอก แค่นั่งมองท่านก็ถือเป็นบุญตามากแล้ว ได้เห็นในหลวงเดินไปเยี่ยมประชาชนแต่ละบ้าน ส่วนพระราชินีก็จะนั่งคุยกับราษฎรที่เป็นกลุ่มผู้หญิง ไม่ลืมภาพนั้นเลย หลับตาทีไรก็มองเห็นอยู่เสมอ”

หลังในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต เธอรู้สึกไม่อยากฟังเพลงเกี่ยวกับพระองค์ท่านเลย ได้ยินก็ร้องไห้ ฟังคนพูดเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็น้ำตาไหล หลังความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่จนถึงตอนนี้ สุชาดาบอกว่าความรู้สึกของเธอ แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย  เสียใจ ทุกข์ใจ เหมือนเดิมทุกวัน แต่ก็รู้สึกอุ่นใจเหมือนท่านกำลังมองพวกเราทุกคนอยู่ เธอบอกว่าต้องยอมรับว่าไม่มีพระองค์ท่านแล้ว บ้านเมืองจะมีเหตุการณ์อะไรก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์

“บ่ายสามโมงเศษๆ นั่งอยู่ในบ้านคนเดียว ลูกชายคนโต (เรียนอยู่กรุงเทพฯ) โทรมาบอกว่าในหลวงเสียแล้ว ช็อคไปเลย ลูกให้รอฟังประกาศข่าวจากโทรทัศน์ตอน 1 ทุ่ม เรากับแฟน เปิดดูก็นั่งร้องไห้กันสองคน วินาทีนั้นมันอึ้ง น้ำตาก็ไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว  อยากให้ท่านอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร นานกว่านี้หน่อย”

เธอรักในหลวงตั้งแต่ยังจำความได้ ได้เห็นรูปพระองค์ท่านจากหน้าปกหนังสือ หน้าปกสมุด ก็รู้ว่า นี่คือพ่อหลวง ที่โรงเรียนครูก็สอน ที่บ้านพ่อแม่ก็สอน ท่านประทับอยู่ในใจตลอดมา มากกว่านั้นคือพระองค์ทรงทำให้เห็น สอนให้รู้จักใช้ รู้จักคิด รู้จักพอเพียง ทำให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านสอนปฏิบัติได้จริงๆ แล้วพระองค์ก็ทรงเป็นตัวอย่างโดยปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง

“เราดูในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกวันที่ 4 ธันวาคม ที่ท่านออกมาพูด ทุกครั้งก็จะมีข้อคิดดีๆ นำไปปฏิบัติได้ แต่มีปีนี้นี่แหละที่ไม่มีโอกาสได้ฟังข้อคิดอะไรจากท่านอีกแล้ว ที่ข้อคิดที่ม่านเคยให้ไว้ พวกเราควรจะจำและนำไปใช้จนวันตายเลย เพราะท่านได้ให้แนวทางการดำเนินชีวิตไว้แล้ว”

สาวใต้เจ้าของร้านสินค้าเกษตรบอกว่า คำที่พวกเราเรียกท่านว่า “พ่อ” เหมาะสมที่สุดแล้ว เพราะไม่มีคำไหนที่จะแทนคำๆ นี้ได้ เพราะคำว่า “พ่อ” มันยิ่งใหญ่กว่าอะไรทั้งหมด ท่านทำหน้าที่ของพ่ออย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว ไม่มีพระเจ้าแผ่นดินองค์ในโลกนี้ที่ทำได้เหมือนท่าน ท่านเป็นพระมหากษัตริย์คิดจะอยู่อย่างสบายก็อยู่สบายได้ ไม่ต้องช่วยประชาชนก็ได้ แต่ท่านเสียสละพระองค์เข้ามาสู่ความยากลำบาก  บุกป่าฝ่าดง ทั้งๆ ที่ทหารบอกว่าเดินไม่ได้ แต่พระองค์ก็ทรงดำเนินไป เราคงจะหาพระเจ้าอยู่หัวที่เหมือนพระองค์นี้ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

“ ในฐานะที่เราเกิดในรัชกาลที่ 9 ก็คงเล่าว่ามีพระเจ้าอยู่หัวอยู่องค์หนึ่ง มีอยู่องค์เดียวนะ ที่สอนให้เรารู้จักประหยัด สอนให้เรารู้ว่าดีชั่วเป็นยังไง สอนให้รู้จักอดทน สอนให้พอเพียง คำสอนของท่านเป็นสัจธรรมจริงๆ”

 และคำสอนที่เธอชอบมากที่สุดก็คือ “ความพอเพียง” เป็นสัจธรรมที่นำมาใช้ได้จริงๆ เมื่อพอเพียงก็พอใจและเป็นสุข  หลายปีมาแล้วในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านสอนให้ชาวนานำการเกษตรอินทรีย์มาใช้ แต่ชาวนาก็ยังใช้ปุ๋ยเพราะต้องการผลผลิตมาก ตอนนี้การเกษตรที่ใช้ปุ๋ย ใช้สารเคมีก็ลำบากขึ้น ส่วนชาวนาที่ใช้วิถีเกษตรอินทรีย์ก็อยู่สบาย

เธอยังบอกอีกว่าในอนาคตประเทศไทยจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ไม่มีใครรู้ แต่ความรู้สึกที่ประชาชนมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้น ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ความรู้สึกที่เศร้าโศกจะค่อยๆ บรรเทาลงตามกาลเวลา ไม่ว่าจะรู้สึกอะไร ทุกคนก็ต้องเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง

เธอย้ำว่าคนไทยควรนำพระราชดำรัสของพระองค์มาปรับใช้ ยกพระองค์ท่านไว้เป็นตัวอย่าง การกิน การอยู่ การใช้ชีวิต ให้ดูแบบอย่างจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องความกตัญญู ทั้งๆ ที่พระองค์ท่านสูงส่งมาก แต่ทรงแสดงความรักและกตัญญูต่อสมเด็จย่าให้เราเห็นเสมอมา เป็นตัวอย่างที่ดีต่อเยาวชนรุ่นหลังให้ศึกษาและทำตามอย่างพระองค์

พระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบทั้งพระศิริโฉม พระอัจริยภาพ ความซื่อสัตย์ ความกตัญญู ครบถ้วนสมบูรณ์อยู่ในพระองค์ 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม