สำหรับในหลวง ท่านเป็นยิ่งกว่าพ่อ

| |
อ่าน : 860

สำหรับในหลวง ท่านเป็นยิ่งกว่าพ่อ thaihealth

“สำหรับในหลวง ท่านเป็นยิ่งกว่าพ่อ” 

พระอาทิตย์เคลื่อนเลยศีรษะไปได้เพียงเล็กน้อย ฉันก็ได้พบกับธนวดีและเพื่อนวัยเดียวอีกสองคนที่หลังหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หญิงวัย 65 ชาวสมุทรปราการผู้นี้ ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่ง

ข่าวพระอาการประชวรของในหลวงรัชกาลที่ 9 เธอติดตามมาโดยตลอด ทุกครั้งที่มีข่าวทรงพระประชวร เธอจะสวดมนต์ก่อนนอนขอพรให้พระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรงเสมอ

ธนวดีเล่าว่า ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับพระอาการของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่บ่ายวันที่ 12 ตุลาคม  แต่ต่อมายืนยันว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังทรงมีพระชนม์ชีพ รุ่งขึ้นขณะกำลังทำงานหลังทราบข่าวการสวรรคต ก็ยังไม่เชื่อ จึงรีบกลับบ้านเปิดทีวีรอฟังประกาศจากสำนักพระราชวัง แม้เธอจะติดตามข่าวพระอาการประชวรมาโดยตลอด แต่เธอไม่เคยเตรียมใจมาก่อนว่าพระองค์จะทรงเสด็จสวรรคตเร็วเช่นนี้

เธอและครอบครัวไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่นี้ เธอและลูกพูดคุยเกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระองค์เสมอ ทุกคนในครอบครัวต่างก็เสียใจมากกับเหตุการณ์นี้ ธนวดีเล่าว่าเธอรู้สึกเสียใจที่ลูกเกิดช้าอยู่ในรัชกาลของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่กี่ปีเท่านั้น

จิตใจที่จงรักภักดีนำพาธนวดีมาสนามหลวงจนได้เห็นพระอาทิตย์ทรงกรด และก้อนเมฆรูปหัวใจ ในวันที่13 และ 20 ตุลาคม เธออบอกว่าบุญตาแท้ๆ การสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ สูญเสียร่มโพธิ์ร่มไทร สูญเสียความรู้สึกปลอดภัยและใจหายทุกครั้งที่รู้สึกว่าความสุขที่เคยมีจะไม่เหมือนเดิม ที่เคยรู้สึกกินอิ่ม นอนหลับ กลับกลายเป็นความว้าเหว่

การใช้ชีวิตประจำวันก็ทำได้ไม่เต็มร้อย เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลผลกระทบต่อจิตใจเกินกว่าจะบรรยาย เธอบอกกับนักเรียนในโรงเรียนว่า

 “ช่วงนี้อย่ามาอะไรกับฉันเยอะนะ ฉันไม่ค่อยโอเค...”

ธนวดีได้ดูรายการสารคดีที่นำพระราชกรณียกิจของในหลวงออกมาฉายทางโทรทัศน์ ทำให้ได้รู้ พระราชกรณียกิจและโครงการต่างๆ ทำให้เข้าใจคำสอนของพระองค์ท่านลึกซึ้งมากขึ้น การนำพระราชดำริ และโครงการต่างๆ ของพระองค์ท่านมาเปิด ทำให้ประชาชนดู ก็ได้รู้ว่าพระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อประเทศ

เธอเล่าว่ามีโอกาสเข้าร่วมพระราชพิธีของสถาบันพระมหากษัตริย์แทบจะทุกครั้ง พระราชพิธีพระศพของสมเด็จย่าฯ สมเด็จพระพี่นางเธอฯ และเชื้อพระวงศ์พระองค์อื่น เธอร่วมงานทุกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ เธอรับข้าราชการ ด้วยหน้าที่ทำให้ได้เข้าร่วมพิธีไปโดยปริยาย ส่วนในกรณีของในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนี้ เป็นครั้งแรกของเธอ ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้รู้สึกยากลำบากที่จะเข้าร่วมกิจกรรม แต่ในวันนี้เธอมารับรางวัลที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงถือโอกาสเข้าร่วมถวายความอาลัย

แม้จะไม่ได้มาที่สนามหลวงทุกวัน แต่เธอก็ติดตามข่าวสารเปิดโทรทัศน์ดูว่าสนามหลวงกำลังมีกิจกรรมอะไรบ้าง  ทั้งที่ดูแล้วก็ร้องไห้เสียใจ ช่วงแรกที่ทรงเสด็จสวรรคตเธอร้องไห้ ทำใจไม่ได้ อยู่คนเดียวก็คิดถึงพระองค์ท่านอยู่หลายวัน

ด้วยความที่พ่อของธนวดีเป็นข้าราชการทหาร จึงมีความใกล้ชิดและรู้สึกผูกพันกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นทุนเดิม แต่สิ่งที่อยู่ในใจกลับไม่ใช่เรื่องทางราชการ เธอกลับรู้สึกประทับใจการทรงดนตรีของพระองค์ท่าน เพราะน้าของเธอถวายงานเป็นนักดนตรีวงเดียวกับพระองค์ ทุกครั้งที่เข้าเฝ้าฯ ก็จะกลับมาเล่าพระอิริยาบถของพระองค์และเจ้าฟ้าองค์เล็กๆ อย่างละเอียดให้ครอบครัวเห็นภาพเสมอ

ครั้งหนึ่งที่น้าชายของเธอไม่ได้ร่วมวงดนตรีเพราะปวดฟัน พระองค์ท่านก็ทรงถามถึงและรับสั่งให้หมอหลวงไปรักษา ครอบครัวเธอรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณนี้มาก

น้าของธนวดีเล่าว่าพระองค์ตรัสเรื่องยาสีฟันกับกลุ่มนักดนตรี ว่าจะต้องบีบให้หมดหลอด ซึ่งสะท้อนถึงความพอเพียงของพระองค์ท่าน หลังจากได้ยินเรื่องนี้ เธอและเพื่อนก็บีบยาสีฟันจนหมดหลอดตามแบบพระองค์นับจากนั้นเป็นต้นมา

สมัยก่อนในหลวงรัชกาลที่ 9 จะทรงดนตรีทุกๆ วันศุกร์ และออกอากาศผ่านสถานีวิทยุและเปิดโอกาสให้ประชาชนโทรไปขอเพลง บางครั้งพระองค์ท่านจะทรงรับสายด้วยพระองค์เอง เธอจึงเปิดวิทยุติดตามไม่เคยขาด

ในวัยนักศึกษาของธนวดี เธอมีโอกาสใกล้ชิดกับพระองค์ท่านมากที่สุดก็ช่วงที่ท่านเสด็จทรงดนตรีในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในวันที่ท่านเสด็จทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เธอจึงมีโอกาสชมท่านทรงดนตรี วันนั้นเป็นวันที่นักศึกษามีความสุข เพราะพระองค์ทรงเป็นกันเองและมีพระอารมณ์ขัน ในเวลา 2-3 ชั่วโมงที่พระองค์ทรงดนตรีเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษาอย่างเธอรู้สึกมีความสุขมากที่สุดในชีวิต

แม้อาชีพครูของเธอจะเป็นอาชีพที่เหน็ดเหนื่อย แต่เธอก็มีพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง เพราะท่านทรงงานหนักเพื่อประเทศชาติ เธอจึงมีแรงฮึดสู้ เมื่อพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต เธอเห็นนักเรียนเขียนข้อความบน facebook ว่าพวกเขารักในหลวง เธอก็รู้สึกดีใจ

เธอเล่าว่า เคยพานักเรียนไปเยี่ยมชมโครงการในพระราชดำริตามจังหวัดต่างๆ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ชะอำ  เพื่อปลูกฝังให้รักชาติบ้านเมือง  แต่มีสถานที่หนึ่ง คือ พิพิธภัณฑ์หอฝิ่นของสมเด็จย่า เป็นสถานที่ๆ เธอประทับใจที่สุด เพราะทำให้เธอรับรู้พลังของสมเด็จย่าฯ และพระองค์ท่าน ที่ทรงเปลี่ยนแปลงสังคมไทยได้ตลอดกาล

ธนวดีบอกว่าพระองค์ท่านเคยตรัส เรื่องข้าวไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนว่า จำนวนคนไทยจะเพิ่มขึ้นเป็นเจ็ดสิบกว่าล้านคนในไม่อีกกี่ปีข้างหน้า พระองค์ไม่อยากให้ชาวนาเลิกปลูกข้าว

สมัยที่เธอยังอายุน้อยกว่านี้มาก พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานไปต่างจังหวัด เด็กหญิงในวันนั้นรู้สึกใจหาย เพราะเวลาเสด็จทรงงานในต่างจังหวัดจะเสด็จครั้งละหลายวัน เพื่อทรงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ลุล่วง เมื่อพระชันษามากขึ้น ทรงประทับอยู่ในวังสวนจิตรลดา ก็ยังทรงแก้ปัญหาในกรุงเทพฯ ทั้งน้ำท่วมและรถติด เธอมีความสุขที่พระองค์ประทับอยู่กรุงเทพฯ แต่วันนี้พระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว เธอรู้สึกยิ่งกว่าใจหายเสียอีก

ธนวดีบอกว่า ปกติแล้วเมื่อพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือคนสำคัญของครอบครัวเสียชีวิต ก็ต้องไว้ทุกข์หนึ่งปี สำหรับในหลวง ทรงเป็นมากกว่าพ่อ การไว้ทุกข์หนึ่งปีถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำ ใส่เสื้อดำ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังความรัก ความสามัคคี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนไทยที่มีจุดมุ่งหมายคือทำเพื่อพระองค์ท่าน 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ร่วมตอบแบบสอบถาม เรื่องการวิ่งเพื่อสุขภาพ -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม