ดันคลังห้ามบริษัทบุหรี่ทำ CSR ตามมติ ครม.

โดย
| |
อ่าน : 4,753

ในโอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคมนี้ ดร.มอรีน อี. เบอร์มิ่งแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยกล่าวว่า ประเด็นการรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลกประจำปีนี้คือ  “จับตาเฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ” 

ดันคลังห้ามบริษัทบุหรี่ทำ csr ตามมติ ครม.

โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า  ธุรกิจยาสูบใช้กลยุทธ์การทำกิจกรรมภายใต้นโยบายที่เรียกว่า “ความรับผิดชอบต่อสังคม” เพื่อสร้างภาพให้แก่ธุรกิจ  เพื่อให้สังคมเข้าใจว่าบุหรี่เป็นสินค้าธรรมดา  ลดทอนกระแสการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่   ซื้อความเงียบและแทรกแซงผู้กำหนดนโยบาย  ซึ่งมาตรา 13 ของอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลก  แนะนำให้ประเทศภาคีสมาชิกออกกฎหมายห้ามธุรกิจยาสูบทำกิจกรรมภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากเป็นการโฆษณาทางอ้อมรูปแบบหนึ่ง  ในขณะที่มาตรา 5.3  ของอนุสัญญาฯ ระบุว่าการทำกิจกรรมภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจยาสูบมีวัตถุประสงค์สุดท้ายอยู่ที่การแทรกแซง  ขัดขวางนโยบายควบคุมยาสูบของภาครัฐ   จึงแนะนำให้ประเทศภาคีสมาชิกห้ามเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกิจกรรมหรือรับการบริจาคใด ๆ จากธุรกิจยาสูบ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนและทุกคนในสังคมไทย ช่วยกันต่อต้านการแทรกแซงนโยบายการควบคุมยาสูบและเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายของธุรกิจยาสูบ เพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพของตนเองและประชาชนทุกคน

ขณะที่ น.ส.บังอร  ฤทธิภักดี  ผู้อำนวยการเครือข่ายรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ภูมิภาคอาเซียน  กล่าวว่า  ขณะนี้ธุรกิจยาสูบในภูมิภาคอาเซียนอาศัยการทำกิจกรรมภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม  เพื่อผูกไมตรีกับผู้กำหนดนโยบายประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค  เพื่อยับยั้งมาตรการควบคุมยาสูบ ทำให้การควบคุมยาสูบของประเทศอาเซียนยังไม่สามารถทำตามพันธกรณีที่มีภายใต้อนุสัญญาควบคุมยาสูบองค์การอนามัยโลก            

โดยในภูมิภาคอาเซียนมีผู้สูบบุหรี่รวม 125  ล้านคนและอัตราการสูบบุหรี่เพศชายยังอยู่ในระดับร้อยละ 40-50 ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก  จากการที่บริษัทบุหรี่ข้ามชาติที่มีฐานอยู่ในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียได้แทรกแซงขัดขวางความพยายามของประเทศต่าง ๆ ในการควบคุมยาสูบ

ศ.นพ.ประกิต  วาทีสาธกกิจ  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  และผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ เรียกร้องให้กระทรวงการคลังเร่งดำเนินการตามมติ ครม.วันที่ 17 เมษายน 2555 ที่ให้กระทรวงการคลังห้ามธุรกิจยาสูบทำกิจกรรมภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม  โดยมติ ครม.เห็นชอบให้ดำเนินการตามข้อเสนอของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ  พ.ศ.2553  เรื่องมาตรการในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ  ซึ่งเสนอนโยบายในการควบคุมยาสูบในประเด็นที่ยังเป็นปัญหา รวมถึงการทำกิจกรรมภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม  ที่มีการทำกันอย่างแพร่หลายทั้งบริษัทบุหรี่ข้ามชาติและโรงงานยาสูบไทยในขณะนี้  ทั้งนี้สถานการณ์การสูบบุหรี่ของคนไทยยังน่าเป็นห่วง  โดยคนไทยสูบบุหรี่กว่า  12 ล้านคน  เพศชายสูบบุหรี่ร้อยละ 45  และมีคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละ 48,244  คน

 


ที่มา : มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม