ดีเดย์ 8ก.ย. บังคับใช้กฎหมายคุมนมผง

| |
อ่าน : 2,308

ที่มา : เว็บไซต์เดลินิวส์ 

ดีเดย์ 8ก.ย. บังคับใช้กฎหมายคุมนมผง thaihealth

8 ก.ย. บังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 เพื่อให้เด็กไทยกินนมแม่อย่างยั่งยืน ฉลาด มีพัฒนาการสมวัย ฯลฯ

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. นพ. ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวในการแถลงข่าว พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 (พ.ร.บ.นมผง) ว่า พ.ร.บ. นมผง ที่จะมีผลบังคับในวันที่ 8 ก.ย.นี้ ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกของประเทศไทยที่ประกาศใช้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มทารกและเด็กเล็ก โดยควบคุมการส่งเสริมการตลาดผ่านสื่อโฆษณา การลด แลก แจก แถม ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก หรือผลิตภัณฑ์นมผงให้เป็นไปอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มอัตราทารกได้กินนมแม่ให้ได้ร้อยละ 50 หรือมากกว่านี้ ภายในปี 2568 ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ โดยมีสูตร 1-6-2 คือกินนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด กินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และกินนมแม่ต่อเนื่องควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปี

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า มาตรการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือ 1.ส่งเสริม ช่วยให้แม่ตัดสินใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 2.สนับสนุน เช่น แม่ลางานเลี้ยงลูกโดยยังได้รับเงินเดือนเต็ม ผู้ชายลางานเพื่อช่วยเลี้ยงลูก สถานประกอบการจัดมุมนมแม่ และ 3.ปกป้อง คุ้มครองแม่และครอบครัวจากการได้รับคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง หรือชวนเชื่อให้ใช้อาหารอื่นทดแทนในช่วงที่ควรได้รับนมแม่ ทั้งนี้ ในวันที่ 18 ก.ย. 2560 จะมีการประชุมคณะกรรมการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาการสำหรับทารกและเด็กเล็ก (คสตท.) เพื่อวางหลักเกณฑ์การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก่อนพิจารณาให้คำแนะนำหรือความเห็นแก่ รมว.สาธารณสุขในการออกประกาศหรือกฎหมายลูกตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีอีกกว่า 10 ฉบับ ภายใน 180 วัน

นพ.วชิระ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีประกาศ2 ฉบับ สำคัญออกมาก่อน คือ 1.การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย โดยคาดว่าจะแต่งตั้งจากบุคลากรสาธารณสุขในกลุ่มงานส่งเสริมและคุ้มครองผู้บริโภคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และรพ.ศูนย์รพ.ทั่วไป และอาจจะดึงภาคประชาสังคมและกลุ่มเอ็นจีโอเข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวัง แต่ระหว่างรอประกาศนี้ให้อธิบดีกรมอนามัยเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ไปก่อน และ 2.ประกาศเรื่องการเปรียบเทียบปรับ

นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า อาหารสำหรับเด็กเล็กยังสามารถโฆษณาได้ แต่ห้ามเชื่อมโยงมาทำให้เข้าใจว่าเป็นอาหารสำหรับทารก โดยแยกฉลากให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน และให้เวลาในการปรับเปลี่ยน 1 ปี หลังจากนั้นถ้ายังไม่เปลี่ยนจะมีโทษปรับสูงสุด 3 แสนบาท และคณะกรรมการฯ ก็อาจพิจารณาออกประกาศควบคุมในภายหลังได้

ด้าน พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องการโฆษณาสารอาหารต่างๆ ในนมผงที่ว่าทำให้เด็กฉลาดต่างๆ นั้นถือเป็นการโฆษณาเกินจริง เพราะปัจจัยที่ทำให้เด็กฉลาด พัฒนาการสมวัยมีหลายอย่างทั้งเรื่องอาหารการกิน การเลี้ยงดูของครอบครัวร่วมด้วย ไม่ใช่ว่ากินนมชนิดนั้นๆ อย่างเดียวแล้วจะฉลาด

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม