เคล็ดลับการทำนาแบบขี้เกียจแต่ได้กำไร

| |
อ่าน : 8,991

ที่มา : แฟนเพจสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม

ภาพประกอบจากแฟนเพจสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม

เคล็ดลับการทำนาแบบขี้เกียจแต่ได้กำไร thaihealth

ชาวนาขี้เกียจจะปล่อยให้กลไกในนาทำหน้าที่ของมันเอง ไม่ต้องไปดูแลแปลงนาทุกวัน ไปเป็นรอบๆ ก็พอ ผลผลิตก็ขอแค่ 70-80 ถังต่อไร่ ไม่ต้องถึงไร่ละเกวียนเหมือนนาเคมีที่คาดหวัง เพราะใช้ยาฆ่าแมลง และปุ๋ย ฮอร์โมนแบบอินทรีย์ที่ผลิตเอง ทำให้ต้นทุนต่ำกว่านาเคมีมาก เงินก็จะเหลือมากกว่า

ประเสริฐ พุ่มพวง หรือ พี่จุก ยอมรับว่า เขาทำนาแบบขี้เกียจ เพราะไม่ต้องไปดูแลแปลงนาให้มากมาย บางคนเห็นข้าวไม่เขียว ก็รีบฉีดยา ยิ่งไปบำรุงให้ข้าวงามเท่าไหร่ แมลงก็ยิ่งมามากขึ้นเรื่อยๆ พอแมลงมาก็ต้องพ่นยาฆ่าแมลงอีก เสียเงินหลายรอบ ทำให้ต้นทุนสูง

พี่จุกแนะนำอีกว่า ต้องปล่อยให้ข้าวมีสีเขียวกลางๆ ไม่ต้องให้เขียวสดมาก เวลามีแมลงก็ใช้น้ำหมักสมุนไพรไล่ไป ไม่ต้องฆ่า เพราะถ้าใช้ยาฆ่าแมลงจะทำให้แมลงทุกชนิดตายหมด ซึ่งจริงๆ แล้วในแปลงนาจะมีแมลงที่เป็นทั้งศัตรูและเป็นมิตรกับต้นข้าว เช่น แมลงปอกินหนอน แมงมุมน้ำกินเพลี้ยกระโดด ซึ่งจะเป็นวงจรแมลงที่คอยดูแลนาข้าวโดยอัตโนมัติ

เคล็ดลับการทำนาแบบขี้เกียจแต่ได้กำไร thaihealth

ส่วน ขวัญชัย เอี่ยมสะอาด กล่าวว่า อาชีพหลักของครอบครัว คือ ธุรกิจขายปลาย่าง แต่เพราะความชื่นชอบธรรมชาติ และเห็นที่นาของพ่อตา จึงขอแบ่งมาทำเอง 2 ไร่ ใช้ทุน 20,000 บาท ขาดทุนทุกปี พอเข้าสู่ปีที่ 3-4 ก็หันมาทำแบบชีวภาพ ทำนา 15 ไร่ ก่อนทำเขาได้มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ คือทำนาก่อนผู้อื่น เพื่อไม่ให้ผลผลิตออกมาพร้อมกัน สุดท้ายได้ผลผลิต 13 ตัน ขายได้ตันละ 8,600 บาท ขณะที่คนอื่นขายทีหลังได้ 6,000 บาท

เคล็ดลับในการเพิ่มผลผลิตของขวัญชัย คือ ปุ๋ยมูลสัตว์อัดเม็ดจากมูลสัตว์ 3 ชนิด ได้แก่ สุกร 60% นกกระทา 30% และไส้เดือน 10% ซึ่งมูลสัตว์แต่ละชนิดจะมีแร่ธาตุสำคัญในการบำรุงดิน บำรุงต้นข้าว เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์ เป็นต้น จากนั้นเคล้ารวมกันใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง น้ำหมักฮอร์โมนต่างๆ ไป แล้วใช้เครื่องบดเป็นปุ๋ยอัดเม็ดแล้วไปตากแดด

“เราใช้ปุ๋ยหมักให้ผลดีเท่ากับปุ๋ยเคมี แต่ต้นทุนเราถูกกว่าเยอะ อย่างปุ๋ยเคมีตอนนี้กระสอบละประมาณ 500-600 บาท แล้ว แต่ปุ๋ยหมักเราใช้ต้นทุนเพียงไม่กี่ร้อยเท่านั้น” ขวัญชัย กล่าว

การทำนาแบบขี้เกียจของ “ประเสริฐ” และ “ขวัญชัย” สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้มีกำไรเหลือ ประกอบกับการทำอาชีพเสริม มีรายได้จากหลายทาง ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

ทั้งน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยชีวภาพ ปัจจุบันได้ถูกถ่ายทอดให้เพื่อนชาวนา ภายใต้โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวของเกษตรกรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของชุมชน ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเปิดโอกาสให้ชาวจาก 10 ตำบล รวมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเป็นประจำทุกเดือน เผยแพร่และสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ เป็นโครงข่ายให้เพื่อนเกษตรกร เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน

เหตุนี้-หนึ่งในทางรอดของชาวนาไทยยุคปัจจุบัน คือลดต้นทุนการทำนาลงให้ได้ โดยทำนาแบบอินทรีย์ พึ่งพาสารเคมีให้น้อย ดังที่เกษตรกรชาวพระนครศรีอยุธยากลุ่มนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม