‘สามพรานโมเดล’ เกษตรกรอยู่ดี คนกินมีรอยยิ้ม

| |
อ่าน : 2,141

ที่มา : เว็บไซต์ The Momentum

ภาพประกอบจากเว็บไซต์ The Momentum

‘สามพรานโมเดล’ เกษตรกรอยู่ดี คนกินมีรอยยิ้ม thaihealth

‘สามพรานโมเดล’ เกษตรกรอยู่ดี คนกินมีรอยยิ้ม

รายการโทรทัศน์มักเสนอข่าวปัญหาความทุกข์ของเกษตรกร สาธยายโทษของสารเคมี บอกเล่าปัญหาที่ดินทำกินหลุดมือเพราะหนี้สินจากการทำการเกษตร ฯลฯ

คำถามคือ คนทั่วไปจะช่วยเกษตรกรได้อย่างไร จะซื้อผักให้มากขึ้น กินผลไม้ให้เยอะหน่อย ช่วยอุดหนุนคนไทยด้วยกัน หรือแชร์ลงเฟซบุ๊ก เท่านั้นพอไหม เป็นใครก็คงส่ายหัว บอกว่าไม่พอหรอก ยังดูไม่ใช่การแก้ปัญหาด้วยซ้ำ

ทั้งที่คนไทยราว 70 ล้านคนในปัจจุบันก็ต้องกินผักผลไม้ แต่ทำไมเงินรายได้จากการขายจึงไม่ตกแก่เกษตรกร ด้านเกษตรกรก็ต้องแข่งกันใช้สารเคมี เพราะถ้าไม่ใช้ก็เกรงว่าจะไม่ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพของทั้งผู้ปลูกและผู้กินเดือดร้อนกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง แล้วจะทำอย่างไร           ‘สามพรานโมเดล’ คือคำตอบที่เราต้องชะเง้อไปศึกษาดูใกล้ๆ

ผักผลไม้ราคาแพง

แม้ประเทศไทยจะมีผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรมากถึง 35 เปอร์เซ็นต์ แต่หากไม่มีญาติมิตรเป็นชาวไร่ชาวสวน ก็ดูเหมือนว่าคนเมืองส่วนใหญ่จะห่างเหินกับแวดวงเกษตรกร ความสัมพันธ์ที่แสนเหนียวแน่นของผู้ปลูกและผู้กินถูกอำพรางไว้ภายใต้กลไกทางธุรกิจและเครือข่ายโลจิสติกส์อันซับซ้อน มองกล้วยในมือ เราคงไม่รู้ว่ามันผ่านอะไรมาบ้าง และเงิน 10 บาทของเราถูกกรองผ่านไปสู่เกษตรกรสักกี่บาทกัน

ในอดีต โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ จังหวัดนครปฐม เคยต้องเสียเงินซื้อผักผลไม้ผ่านพ่อค้าคนกลางเดือนละเกือบล้านบาท ด้วยเงินจำนวนมหาศาล จึงเกิดคำถามชวนคิดว่าทำไมโรงแรมจึงไม่ซื้อจากเกษตรกรโดยตรงไปเสียเลย

‘สามพรานโมเดล’ โดยมูลนิธิสังคมสุขใจและสามพรานริเวอร์ไซด์ เป็นการรวมกลุ่มของเครือข่ายเพื่อสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างผู้ปลูกกับผู้บริโภค โดยเริ่มจากคำสามคำ ‘อยากกินดี’ ซึ่งนำมาสู่รูปแบบการดำเนินธุรกิจบนฐานของการค้าที่เป็นธรรม

‘สามพรานโมเดล’ เกษตรกรอยู่ดี คนกินมีรอยยิ้ม thaihealth

ไม่ได้หมายความว่าโรงแรมอยากประหยัด เลยคิดโครงการขึ้นมาเพื่อซื้อสินค้าราคาถูกแสนถูก เพราะการเริ่มต้นโครงการนี้ โรงแรมได้เชิญเกษตรกร 70 คนมาพูดคุยและทำข้อตกลงร่วมกันว่าจะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่เคยจ่ายให้กับพ่อค้าคนกลาง โดยมีเงื่อนไขกำกับว่า ‘ห้ามเกษตรกรใช้สารเคมี’ 

หมายความว่าเกษตรกรจะได้ราคาขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัวจากที่เคยขายให้กับพ่อค้าคนกลาง โดยแลกกับการเปลี่ยนวิธีทำการเกษตร ผลจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือ เมื่อเกษตรกรหยุดใช้สารเคมี สุขภาพของพวกเขาก็ดีขึ้น และต้นทุนในการทำเกษตรกรรมก็ลดลงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนำไปสู่การปลดหนี้และเริ่มต้นชีวิตใหม่

ทางด้านเจ้าของธุรกิจโรงแรมก็ไม่เพียงแค่ได้สนับสนุนการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและอุดหนุนเกษตรกร แต่ยังได้ผลผลิตทางการเกษตรชั้นดีเพื่อปรุงอาหารให้กับลูกค้าของโรงแรม การติดต่อกันอย่างใกล้ชิดระหว่างพ่อครัวกับเกษตรกร ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนเมนูตามผลผลิตในแต่ละฤดูกาล กลายเป็นประโยชน์และความสำเร็จร่วมกันอย่างแท้จริง

แต่สามพรานโมเดลไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การซื้อขายระหว่างเกษตรกรกับโรงแรม แต่ยังขยายไปสู่การเชื่อมโยงตลาด ซึ่งจะทำให้เครือข่ายเกษตรกรอยู่ได้อย่างแข็งแรงด้วยตัวเอง

‘สามพรานโมเดล’ เกษตรกรอยู่ดี คนกินมีรอยยิ้ม thaihealth

โมเดลเพื่อความยั่งยืน

ปัญหาของเกษตรกรเมื่อคิดจะขายของเองก็คือไม่รู้จะไปหาตลาดที่ไหน เพราะส่วนใหญ่ผูกพันตัวเองอยู่กับการรับซื้อของพ่อค้าคนกลาง

นี่เป็นโจทย์ที่สามพรานโมเดลนำมาคิดต่อ แล้วเริ่มต้นจากการแนะนำเกษตรกรให้รู้จักกับโรงแรมใหญ่ๆ เพื่อเชื่อมสายสัมพันธ์ ปัจจุบันมีโรงแรม 19 แห่ง และศูนย์ประชุม 3 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ Farm to Function โดยซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง และเชื่อมโยงปลายน้ำ ซึ่งก็คือผู้กิน ให้ไปพบกับผู้ปลูก ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้ชมและศึกษาการปลูกพืชตามฤดูกาล

เกษตรกรกลุ่มใดผ่านการรับรองว่ามีส่วนร่วมกับโครงการ พวกเขาจะได้โอกาสนำสินค้าไปขายในช่องทางการจำหน่ายต่างๆ เช่น เว็บไซต์ตลาดออนไลน์ หรือตลาดสุขใจ ซึ่งเปิดขายในพื้นที่ของสวนสามพราน โครงการนี้ดำเนินงานมาแล้ว 6 ปีเต็ม แม้จะจำหน่ายผลผลิตในราคามิตรภาพ แต่กลับมียอดขายในปีล่าสุดสูงถึง 31 ล้านบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นความสำเร็จของโครงการ

‘สามพรานโมเดล’ เกษตรกรอยู่ดี คนกินมีรอยยิ้ม thaihealth

ปัจจุบัน สามพรานโมเดลขับเคลื่อนเกษตรกรถึง 11 กลุ่ม โดยใช้กติกา ‘ระบบชุมชนรับรองแบบมีส่วนร่วม’ (Participatory Guarantee Systems: PGS) ซึ่งหมายถึงการรับรองโดยองค์กรผู้ผลิต อันเป็นวิธีที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในระบบการตรวจรับรองมากกว่าวิธีอื่น การรับรองนี้อิงกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของ IFOAM (International Federation of Organic Agriculture Movements) โดยมีการพบปะกันทุกเดือน เพื่อให้เกษตรกรรายใหม่ได้เรียนรู้จากผู้มาก่อน

สามพรานโมเดลคือแบบอย่างของการทำกิจการเพื่อสังคมซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจสายพันธุ์ใหม่ ไม่ใช่แค่เพียงธุรกิจที่มุ่งทำกำไรสูงสุด แต่เป็นกิจการที่มุ่งเน้นให้ทุกส่วนหันกลับมาทบทวนบทบาทของตัวเองในการแก้ปัญหาสังคมไปด้วยกัน

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน (อพท.) ได้ศึกษาแบบอย่างดังกล่าว และเกิดแรงบันดาลใจที่จะส่งเสริมให้พื้นที่อื่นๆ นำไปปรับใช้กับพื้นที่ของตัวเอง เช่น ที่เขตพื้นที่พิเศษจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นท้องถิ่นที่โดดเด่นด้านหัตถกรรม และมีแนวโน้มที่จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ในอนาคต

เมื่อปลูกพืชด้วยวิธีการที่ยั่งยืน ไม่ทำลายทั้งสุขภาพของเกษตรกร ผู้กิน และสิ่งแวดล้อม แถมควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น เพราะไม่ต้องอาศัยสารเคมี ประกอบกับมีตลาดและเครือข่ายที่พร้อมสนับสนุนผลผลิต ความ ‘อยากกินดี’ ของเกษตรกรเมื่อตอนเริ่มต้น จึงกลายเป็นความ ‘อยู่กินดี’ ซึ่งมีรากฐานทางสังคมที่แข็งแรงคอยสนับสนุน

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม