แนะ7 วิธีขับขี่รถปลอดภัยช่วงฝนตก

| |
อ่าน : 2,887

ที่มา : เว็บไซต์ไทยโพสต์

แนะ7 วิธีขับขี่รถปลอดภัยช่วงฝนตก thaihealth

แฟ้มภาพ

          กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนผู้ขับขี่ยานพาหนะช่วงฝนตกและมีน้ำท่วมขังใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย พร้อมแนะ 7 วิธีขับขี่ให้ปลอดภัยในช่วงฝนตกและน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน หลังข้อมูล 1 ปีครึ่งที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุใหญ่ในช่วงฝนตกกว่า 100 ครั้ง

          นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนนี้ หลายพื้นมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในบางพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายในช่วงฝนตกหนัก โดยเฉพาะการขับขี่ยานพาหนะของประชาชน เนื่องจากฝนที่ตกลงมาจะทำให้ถนนเปียก ลื่น และทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี ประกอบกับถนนบางจุดมีน้ำท่วมขัง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้มากกว่าปกติ และมีโอกาสที่จะเป็นอุบัติเหตุใหญ่ที่มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เห็นได้จากข้อมูลการเฝ้าระวังของสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค พบว่ากรณีอุบัติเหตุรายใหญ่ (มีผู้เสียชีวิต 2 รายขึ้นไป หรือมีผู้บาดเจ็บ 4 รายขึ้นไป) ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2559 ถึงปัจจุบัน (ต้นเดือนสิงหาคม 2560) เกิดอุบัติเหตุในช่วงฝนตกถึง 112 เหตุการณ์ มีผู้บาดเจ็บ 986 ราย และเสียชีวิต 170 ราย

          นพ.เจษฎากล่าวต่อไปว่า กรมควบคุมโรคขอแนะนำผู้ขับขี่ควรปฏิบัติ 7 วิธี ดังนี้ 1.เปิดไฟหน้ารถเสมอ โดยเปิดไฟต่ำ เพื่อช่วยให้มองเห็นสิ่งต่างๆ บนถนนได้ชัดเจนขึ้น และให้รถคันอื่นมองเห็นรถได้จากระยะไกล 2.เปิดใบปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝนตก 3.ลดความเร็ว เพื่อเพิ่มความระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ 4.ให้ทิ้งระยะห่างจากคันหน้า เพราะสภาพถนนที่เปียก ลื่น ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น 5.หลีกเลี่ยงการแซง แต่หากจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์ ระยะทางข้างหน้า ความเร็วและระยะห่างของรถที่กำลังวิ่งตามกันในช่องจราจรซ้ายขวา 6.รถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที เพราะอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้ ให้ลดความเร็ว ใช้เกียร์ต่ำ จนกว่ารถจะทรงตัวได้ แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ และ 7.เมื่อต้องขับรถผ่านน้ำท่วมขังให้หยุดประเมินสถานการณ์ หากระดับน้ำลึกสูงกว่าขอบประตูรถไม่ควรขับฝ่าไป ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น ทั้งนี้ หากพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ขอให้โทร.แจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพทันที โทร.1669 

          นอกจากนี้ ในพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง ประชาชนที่เดินลุยน้ำอาจเกิดอุบัติเหตุจากการเดินไปชนหรือเหยียบของมีคมต่างๆ ทำให้เกิดบาดแผลและเกิดโรคตามมา เช่น แผลติดเชื้อ น้ำกัดเท้า โรคไข้ฉี่หนู เป็นต้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วม แต่หากจำเป็นควรใส่รองเท้าบูต และหลังการเดินลุยน้ำทุกครั้ง ต้องล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ให้ทั่ว ใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า หากมีบาดแผลให้ใช้แอลกอฮอล์เช็ดรอบบาดแผล แล้วใส่ยาฆ่าเชื้อ อย่างไรก็ตาม หากหารองเท้าบูตไม่ได้ ให้ใช้ถุงพลาสติกดำมาประยุกต์ใช้ทำรองเท้ากันน้ำชั่วคราว แล้วสวมรองเท้าปกติ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422.

 

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม