เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา เดินตามศาสตร์พระราชา

| |
อ่าน : 3,941

ที่มา : โพสต์ทูเดย์

เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา เดินตามศาสตร์พระราชา thaihealth

แฟ้มภาพ

ศูนย์เรียนรู้เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา  ใช้นวัตกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ เดินตามศาสตร์พระราชา

ที่พักเล็กๆ  ในบรรยากาศร่มรื่น มีจำนวนไม่กี่ห้องใน อ.เมือง จ.สงขลา ชื่อ "บ้านภูลิตา" ที่สำคัญไปกว่าห้องพักและร้านอาหาร ภายในเนื้อที่แสนกะทัดรัดแห่งนี้ ยังมีศูนย์เรียนรู้เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา ที่แบ่งเนื้อที่ประมาณ 1 งาน แต่กลับมีพืชสวนครัว ไม้ผล พืชผัก ทั้งแบบกระถางและไร้ดิน เลี้ยงปลา สาหร่าย และอีกมากมาย ใช้นวัตกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่น้อยนิดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ออกแบบพื้นที่ทุกตารางเมตรให้ใช้สอยและครบปัจจัยด้านอาหารในการดำรงชีวิตประจำวัน เน้นการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงการพึ่งตนเอง และที่สำคัญ ที่นี่ปลอดสารเคมีจนได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ ในโครงการพัฒนา เสริมสร้างแหล่งให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพ โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สนธิกาญจน์ วิโสจสงคราม ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมไทยบ้านภูลิตาและประธานเครือข่ายอาหารสุขภาพอำเภอเมืองสงขลา บอกว่า เดิมที่นี่เป็นที่จัดสรรเปิดให้คนภายนอกพื้นที่มาจับจองบ้าน ซึ่งมีกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ ย้ายมาอยู่ที่นี่จำนวนมาก เป็นสถานที่ที่ไม่มีวิถีชีวิตดั้งเดิม คนไม่ค่อยทักทายกัน จึงคิดทำสถานที่เป็นที่พบปะชุมชน และสร้างเป็นแหล่งนันทนาการสาธารณะให้คนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และรู้จักกันมากขึ้น สร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน โดยใช้บ้านภูลิตาเป็นส่วนกลาง และภายในระยะเวลา 3 เดือน คนที่อยู่ในพื้นที่นี้ก็ได้รู้จักกันทั้งหมด

รดา มีบุญ ผู้อำนวยการเกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา บอกว่า นอกจากแนวคิดการผลิตเกษตรต้นน้ำปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์ นำวัตถุดิบทางการเกษตรมาปรุงอาหารตามหลักโภชนาการและบริการสู่ปลายน้ำหรือผู้บริโภคอย่างปลอดภัย ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา เป็นที่พบปะและเรียนรู้ของคนในชุมชน พ่อ แม่ ลูก ให้มีกิจกรรมร่วมกันเป็นการสร้างความอบอุ่นในครอบครัว และเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน บ้านภูลิตา

"พืชผักที่นี่ไม่ได้มีหน้าตาสวยงามเหมือนผักทั่วไป แต่สิ่งสำคัญ คือ ปลอดสารพิษแน่นอน ผลผลิตที่ได้แม้จะไม่มากมายจนมีเหลือส่งขายตลาดภายนอก แต่นำพืชผักมาใช้ภายในร้านอาหารของเราเอง เราเชื่อและน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้เกษตรวิถีคนเมือง ในแนวคิดของศูนย์เรียนรู้เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา พื้นที่น้อยนิด ผลผลิตทั้งปี ใช้ชีวิตและกินผักปลอดสารพิษ ส่งเสริมให้เด็กเยาวชนและประชาชนทั่วไป ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการปลูกต้นไม้ ปลูกผักในบ้าน"

เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา เดินตามศาสตร์พระราชา thaihealth

และภายใต้แนวคิด พื้นที่น้อยนิด ผลผลิตทั้งปี ต่อยอดพื้นที่อันน้อยนิดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และค่ายพัฒนาองค์ความรู้ให้เยาวชนและผู้สนใจหันมาปลูกผักกินเอง "ในศูนย์การเรียนรู้ฯ มีฐานการเรียนรู้และสอดแทรกกิจกรรมมากมาย เริ่มจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรคนเมือง การปลูกพืชไร้ดิน การปลูกพืชแนวตั้ง การปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ การปลูกพืชกลับหัวการทำกระถางรักษาความชื้น การทำสบู่ แชมพู ยาสระผม นำยาล้างจาน ฯลฯ ศูนย์การเรียนรู้ฯ นี้เป็นรูปแบบของแปลงสาธิตเกษตรคนเมือง และแนวคิดของคนคอเกษตร โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เกษตร และเชิงนิเวศ" สนธิกาญจน์ อธิบาย

"เราอยากส่งเสริมให้เยาวชนภายใต้การปลูกฝังเด็กรุ่นใหม่ให้หันมามองวิถีเกษตร พอเพียง การให้ การแบ่งปัน และการเดินตามรอยเท้าพ่อและศาสตร์แห่งพระราชา และนำไปสู่ 'กสิกรรมไทยบ้านภูลิตา' ตั้งอยู่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา บนพื้นที่ 100 กว่าไร่ ที่เป็นลักษณะการพลิกฟื้นสวนยางพาราอันแห้งแล้งให้เป็นป่ายางที่อุดมไปด้วยแหล่งอาหาร เน้นเกษตรปลอดสารพิษต้นน้ำของอาหารสุขภาพ โดยปลูกพืชในลักษณะการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้กิน ไม้ใช้สอย และไม้เศรษฐกิจ ให้เกิดความหลากหลายของสังคมพืชและความหลากหลายทางชีวภาพ ประโยชน์ที่ 4 ก็จะสร้างความสมบูรณ์ในระบบนิเวศ ที่พึ่งพากันในพื้นที่กสิกรรม"

เกษตรคนเมืองบ้านภูลิตา เดินตามศาสตร์พระราชา thaihealth

ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมไทยบ้านภูลิตา กล่าวต่อว่า กสิกรรมไทยบ้านภูลิตาเป็นการจัดการตามแนวคิดการสร้างสถานการณ์สมมติ หากเกิดสงครามโลก หรือวิกฤตทางด้านอาหาร พลังงาน จะพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนได้อย่างไร โดยพึ่งปัจจัยภายนอกน้อยที่สุด จึงทำให้การออกแบบพื้นที่ตอบโจทย์การพึ่งพาตนเองในปัจจัยด้านอาหาร โดยมี กสิกรรม ปศุสัตว์ ประมง ปัจจัยด้านพลังงาน โดยมีการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในการผลิตปัจจัยอาหารเพื่อลดต้นทุนไฟฟ้า แก๊ส โดยใช้โซลาร์เซลล์ เตาชีวมวล แก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ ปัจจัยด้านผลิต สามารถลดต้นทุนโดยนำมูลสัตว์มาผลิตปุ๋ย การผลิตน้ำหมัก จุลินทรีย์ เพาะพันธุ์กล้าใช้เอง จนต่อยอดการสร้างชุดความรู้จากปัจจัยพึ่งพาตนเองทั้ง 3 ปัจจัยหลัก จึงเอื้อต่อการทำการตลาดแบบการดึงผู้คนเข้าเรียนรู้ เข้ามาท่องเที่ยว ในเชิงท่องเที่ยวชุมชน การเปิดตลาดหน้าร้าน หน้าสวน การแปรรูปผลผลิต การเข้าค่าย โฮมสเตย์ เป็นการสร้างอาชีพในชุมชน ฟื้นฟูระบบนิเวศชุมชน และเป็นการต่อยอดสู่เครือข่ายชุมชน และสืบสานต่อเด็กเยาวชนคนรุ่นต่อๆ ไป และสู่ความยั่งยืน

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม