'กรมควบคุมโรค' เตือน "คนทำงาน" ระวัง ปวดหัว ตา คอ ไหล่ หลัง

| |
อ่าน : 3,680

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

\'กรมควบคุมโรค\' เตือน

แฟ้มภาพ

หลายคนคงมีโอกาสได้ใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ไปกับการพักผ่อนชาร์จพลังให้ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่าพร้อมกลับสู่ช่วงเวลาการทำงานอีกครั้ง ขณะเดียวกัน เมื่อกลับมาลุยงานอย่างเต็มกำลังก็อย่าลืมดูแลสุขภาพร่างกายให้เต็มที่เช่นกัน มิเช่นนั้น โรคร้ายต่างๆ อาจถามหาได้ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะและต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกอาการป่วยเรื้อรังต่างๆ คุกคามมากกว่าผู้คนทั่วไป

ด้วยเหตุนี้ กรมควบคุมโรค จึงมีข้อแนะนำในการ "ปรับสมดุลคนทำงานออฟฟิศพิชิต 2 ม." ให้พนักงานออฟฟิศได้ใช้เป็นเคล็ด (ไม่) ลับลดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ และสร้างความตระหนักเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานให้ถูกต้องและเหมาะสม

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในปี 2559 ประเทศไทย มีจำนวนผู้ใช้คอมพิวเตอร์ประมาณ 20.2 ล้านคน เป็นกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 15 - 59 ปี) ที่ใช้คอมพิวเตอร์จำนวน 14.4 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 71.2 และจากผลสำรวจพนักงานที่ทำงานในสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งจำนวน 400 คน พบว่าร้อยละ 60 มีอาการเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยอาการที่พบได้บ่อยคือ 1.ปวดหลังเรื้อรัง 2.ไมเกรนหรือปวดศีรษะเรื้อรัง และ 3. มือชา เอ็นอักเสบ นิ้วล็อก

นพ.เจษฎา กล่าวต่อว่า ออฟฟิศซินโดรม เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นกับคนที่ทำงานในออฟฟิศ สาเหตุของโรคมักเกิดจากสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานไม่เหมาะสม ไม่มีการเปลี่ยนอิริยาบถหรือเคลื่อนไหวร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบได้ ทั้งนี้  ช่วงอายุของผู้มีอาการออฟฟิศซินโดรม จากอดีตมักพบในกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 40 ปี แต่ปัจจุบันกลุ่มเสี่ยงมีช่วงอายุลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 20 ปีขึ้นไป ที่เป็นเช่นนั้น อาจเป็นเพราะวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น มีการใช้โซเชียลอย่างแพร่หลาย โดยในกลุ่มที่เล่นโซเชียลผ่านโทรศัพท์มือถือนานๆ ส่วนใหญ่จะพบการอักเสบของข้อมือ และในระยะยาวอาจเกิดอาการนิ้วล็อก เหยียดให้ตรงไม่ได้

สำหรับการปรับสมดุลคนทำงานออฟฟิศพิชิต 2 ม. ที่มาจากเมื่อยตัวและเมื่อยตา มีหลักการปฏิบัติเพื่อป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยวิธีการง่ายๆ แต่ทำแล้วเห็นผลดังต่อไปนี้

อาการเมื่อยตัว ป้องกันได้โดยการนั่งทำงานด้วยท่าทางที่ถูกต้อง วางของที่ใช้บ่อยไว้ใกล้ตัว จัดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมต่อการใช้งาน โดยปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์และเก้าอี้ที่นั่งให้เหมาะกับสรีระของผู้ใช้แต่ละคน ควรหยุดพักเป็นระยะระหว่างทำงาน นอกจากนี้ ควรหากิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวของร่างกายหรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพราะกิจกรรมเหล่านี้ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ลดความปวดเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นได้เป็นอย่างดี

ส่วนวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาเมื่อยตา ทำได้โดยการจัดตำแหน่งการทำงานให้เหมาะสม แสงสว่างเพียงพอ ขณะทำงานให้กระพริบตาบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะตาแห้ง หรือให้พักหลับตาประมาณ 3-5 วินาที และหลับตาบ่อยๆ เพื่อช่วยกระตุ้นต่อมน้ำตาให้ไหลออกมาเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา ควรมีการพักสายตาเป็นช่วงสั้นๆจากคอมพิวเตอร์ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง โดยใช้เวลาพักสายตาประมาณ 5-10 นาที ด้วยวิธีละสายตาจากคอมพิวเตอร์มองออกไปไกลๆ และลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายบ้าง หากรู้สึกเคืองตา ปวดตา หรือแสบตา ให้พักสายตาทันที อย่าฝืนทำงานต่อ

"กรมควบคุมโรคขอสนับสนุนให้คนทำงานออฟฟิศทั่วประเทศหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพของตัวเอง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของสุขภาพ ให้ทุกคนเป็น Smart Office Workers ที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเรื่อง Safety Thailand ซึ่งมุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุและลดโรคจากการทำงาน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422" อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวในตอนท้าย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม