แนะใช้วิธีตรวจสอบสานพันธุกรรมป้องกันการแพ้ยา

โดย
| |
อ่าน : 3,521

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนาวิธีการตรวจสารพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแพ้ยา เพื่อป้องกันภาวการณ์เกิดผื่นแพ้ยารุนแรง สามารถทดแทนการใช้น้ำยาสำเร็จรูปที่มีราคาแพงและต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการตรวจ เผยระหว่างปี 2527-2553 มีรายงานผู้ป่วยที่มีอาการผื่นแพ้ยาร้ายแรง ซึ่งรวมถึงชนิดกลุ่มอาการสตีเวนส์ จอห์นสัน และท็อกซิก อิพิเดอร์มอลเนโครไลซิส ประมาณ 6,965 ราย และเสียชีวิต 260 ราย

แนะใช้วิธีตรวจสอบสานพันธุกรรมป้องกันการแพ้ยา

นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า การใช้ยาเพื่อรักษาโรคในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดการแพ้ยาที่ใช้ได้ บางรายอาจเกิดผื่นแพ้ยารุนแรง ซึ่งรวมถึงกลุ่มอาการสตีเวนส์ จอห์นสัน (steven-johnson syndrome เรียกชื่อย่อว่า sjs) และท็อกซิกอิพิเดอร์มอล เนโครไลซิส (toxic epidermal necrolysis เรียกชื่อย่อว่า ten) โดยผู้ป่วยที่แพ้ยาชนิดนี้จะมีผื่นขึ้นตามลำตัว หรือมีการหลุดลอกของผิวหนัง รวมทั้งมีการอักเสบของเยื่อบุต่างๆ และความผิดปรกติของระบบอวัยวะสำคัญต่างๆ ร่วมด้วย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นทำให้ตาบอดหรือถึงแก่ชีวิตได้

ทั้งนี้ระหว่างปี พ.ศ.2527 -2553 ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยแพ้ยาร้ายแรงชนิด sjs/ten ประมาณ 6,965 ราย และเสียชีวิต  260 ราย รายการยาที่สงสัยที่มีการรายงานมาก 10 อันดับแรก ได้แก่ ยาโคไตรม็อกซาโซล (co-trimoxazole) ยาคาร์บามาซีพีน (carbamazepine) ยาแอลโลพูรินอล (allopurinol) ผลิตภัณฑ์ที่มีเนวิราปีนเป็นส่วนประกอบ(nevirapine containing product) ยาเฟนิทอยน์ (phenytoin) ยาอะม็อกซีซิลิน (amoxicillin) ยาฟิโนบาร์บิทอล (phenobarbital) ยาไอบู  โปรเฟน (ibuprofen) ยาไรแฟมพิซิน (rifampicin) และยาไอโซไนอะซิด (isoniazid)  ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอย่างน้อย 20,000 ถึงมากกว่า 100,000 บาทต่อราย  ยังไม่รวมการสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ผู้ป่วยเสียโอกาสในการทำงานกรณีที่พิการ และกรณีเกิดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย

ผลการวิจัยทางเภสัชพันธุศาสตร์ พบว่า การแพ้ยาสัมพันธ์กับการมี hla อัลลีล (allele) บางชนิดในพันธุกรรม ดังนั้นจึงมีการตรวจhla อัลลีลก่อนการให้ยาโดยผู้ที่มีอัลลีลชนิดเสี่ยงควรเลี่ยงไปใช้ยาตัวอื่นแทน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่ออีกว่า งานวิจัยในประชากรของประเทศไทย พบว่า ผู้ป่วยที่มี hla-b*1502allele มีความเสี่ยงต่อการเกิด sjs/ten  จากยาคาร์บามาซีพีน (carbamazepine)เพิ่มขึ้น 55 เท่า องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (us fda) แนะนำให้ผู้ป่วยที่มาจากประเทศแถบเอเชียที่จำเป็นต้องได้รับยาคาร์บามาซีพีนควรตรวจหา hla-b*1502 อัลลีลก่อนเริ่มให้ยาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ sjs/ten  ต่อยาคาร์บามาซีพีน และผู้ป่วย ที่จำเป็นต้องได้รับยาแอลโลพูรินอล หากมี hla-b*5801 อัลลีล จะเสี่ยงต่อการเกิด sjs/ten เพิ่มขึ้นถึง 348 เท่า

"การตรวจสารพันธุกรรม hla-b* 1502, hla-b*5801 และ hla-b*5701 เป็นวิธีการตรวจที่มีความสำคัญในการป้องกันภาวการณ์เกิดผื่นแพ้ยารุนแรง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ได้ดำเนินการพัฒนาวิธีการตรวจสารพันธุกรรม  hla-b*1502, hla-b*5801 และ hla-b*5701 ด้วยวิธี allele specific pcr เพื่อทดแทน การใช้น้ำยาสำเร็จรูปที่มีราคาแพงและต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการตรวจและได้ถ่ายทอดเทคนิค

วิธีการตรวจดังกล่าวให้แก่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในส่วนภูมิภาคเพื่อให้บริการตรวจครอบคลุมทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งเครือข่ายเภสัชพันธุศาสตร์ เพื่อหายีนเสี่ยงต่อการแพ้ยารุนแรง sjs/ten (thaiscar) สำหรับยาที่ยังไม่มีรายงาน" นายแพทย์สุรวิทย์ กล่าว

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม