เตือนพ่อแม่จับตา “วัยรุ่น” สั่ง “ยาเสียสาว”

| |
อ่าน : 2,231

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

โซเชียลแห่แชร์เตือนพ่อแม่ตรวจกระเป๋าลูก เหตุวัยรุ่นฮิตใช้ยาเม็ดสีน้ำเงินและแดงผสมเครื่องดื่มเป็นยาเสพติด อย. ชี้ เป็นยา “เสียสาว” คาด วัยรุ่นสั่งผ่านอินเทอร์เน็ต เหตุไทยเข้มงวดการใช้

เตือนพ่อแม่จับตา “วัยรุ่น” สั่ง “ยาเสียสาว” ผ่านเน็ต  thaihealth

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการส่งต่อข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดีย ระบุว่า ให้ผู้ปกครองตรวจสอบกระเป๋านักเรียนของบุตรหลาน เนื่องจากขณะนี้มีสิ่งเสพติดที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่น ที่นำมาผสมเครื่องดื่ม ซึ่งจะออกฤทธิ์มึนเมาไม่มีกลิ่น มีอันตรายต่อตับและไต ที่กำลังระบาด มีทั้งเม็ดสีน้ำเงิน และสีแดง

ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะโฆษก อย. กล่าวว่า ยาดังกล่าว คือ ยาอัลปราโซแลม และ มิดาโซแลม เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 โดยปกติร้ายขายยาทั่วไปไม่สามารถมีไว้ในครอบครองหรือจำหน่ายได้ เพราะโดยหลักแล้ววัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ผู้ที่จะสามารถสั่งใช้ได้จะมีเฉพาะแพทย์เท่านั้น และมักใช้ในกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับต้องปรับสภาพการนอน หรือใช้ร่วมกับการผ่าตัด ใช้สำหรับคลายอาการวิตกกังวล หากรับประทานไปแล้วจะออกฤทธิ์เร็วภายใน 15 นาที ผู้ที่รับประทานจะมีอาการสะลึมสะลือง่วงนอน ส่งผลให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด

“ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท จึงจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 หรือจะรู้จักกันในชื่อกลุ่มยาเสียสาว แต่ในประเทศไทยไม่ต้องกังวล เนื่องจากผู้ที่จะจำหน่ายหรือสถานที่ที่จะมีไว้ใช้ ต้องมีใบอนุญาต ขอครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 เท่านั้น และต้องขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขด้วย เพราะบางครั้งอาจมีผู้ไม่หวังดีนำไปใช้เพื่อทำให้เหยื่อควบคุมสติไม่ได้ หรือนำไปใช้ก่อเหตุอันไม่พึงประสงค์ได้” ภก.ประพนธ์ กล่าว

ภก.ประพนธ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบยาทั้ง 2 ชนิด พบว่า น่าจะเป็นการลักลอบนำเข้ายา เนื่องจากไม่มีฉลากและเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทย ดังนั้น ผู้ปกครองควรเฝ้าระวังบุตรหลานของท่านไปลักลอบซื้อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และ อินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม อย. ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตรวจสอบการใช้ตลอด โดยร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ ทำการตรวจสอบ และไทยเองก็มีการเข้มงวดในการสั่งจ่ายอย่างมาก และมีการควบคุมอย่างเข้มงวดโดยหากที่ใดมีครอบครองก็จะต้องมีการรายงานการใช้มาให้ อย. ทุกเดือน รวมถึงตัวแพทย์เองต้องมีการทำเวชระเบียนการใช้อย่างละเอียดอีกด้วย ทั้งนี้ ขอเตือนผู้ที่ลักลอบขายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 จะมีโทษจำคุก 4 - 20 ปี หรือ ปรับ 400,000 - 2,000,000 บาท ส่วนผู้ที่มีไว้ครอบครองจะมีโทษจำคุก 1 - 5 ปี และปรับ 20,000 - 100,000 บาท

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • รับสมัครผู้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโครงการ สสส. -
  • การแสดงความเห็นต่อ (ร่าง) ทิศทาง เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2565-2574) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - การแสดงความเห็นต่อ (ร่าง) ทิศทาง เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2565-2574) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการศูนย์กิจการสร้างสุข -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม