หนุน 'เดิน-ปั่น' ปลอดภัย เล็งปรับโครงสร้างรองรับ

| |
อ่าน : 2,700

ที่มา : เว็บไซต์ไทยโพสต์ 

หนุน \'เดิน-ปั่น\' ปลอดภัย เล็งปรับโครงสร้างรองรับ thaihealth

แฟ้มภาพ

จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่ระบุให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ในเขตเมือง จึงเป็นเหตุให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันและศึกษาความเป็นได้ และได้ข้อสรุปว่า หากรัฐบาลมีการผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจังจะช่วยให้คนไทยเราสุขภาพดีขึ้น และการเดินทางมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมช่วยประหยัดพลังงาน ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำลายโลกใบนี้อีกด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (จามจุรี 10) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันการเดินและการจักรยานไทย และชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดการประชุมการส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ครั้งที่ 5 "ชุมชนที่เป็นมิตรต่อการเดินและการใช้จักรยาน" โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ขอชื่นชมสถาบันการเดินและการจักรยานไทย สสส. และหน่วยงานอื่นๆ กว่า 15 องค์กร ที่ช่วยกันขับเคลื่อนการเดินและการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน จนได้รับการบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ในเขตเมือง (NonMotorized Transportation : NMT)

ในส่วนของกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก มีความพร้อมในการดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อคนเดินทางเท้าและทางจักรยานให้มีความสะดวกสบายและปลอดภัย เชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งสาธารณะให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้

นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า การขับเคลื่อนให้เรื่องเดินเท้าและจักรยานเข้าสู่แผนพัฒนาประเทศได้สำเร็จนั้น เป็นพลังความร่วมมือทั้ง สสส.และพลังของภาคีและภาคส่วนต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนทำงานจริงจัง

ทั้งในส่วนของพื้นที่และระดับนโยบาย เพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกาย การออกกำลังกายเพื่อลดโรคในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs และการเดินทาง สอดรับกับแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกายของ สสส. ที่มีเป้าหมายเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม โดยเน้นส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริการสาธารณะให้เอื้อต่อการเป็นเมืองสุขภาพดี และสนับสนุนให้บริษัทและองค์กรทุกภาคส่วนจัดพื้นที่และกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย

หนุน \'เดิน-ปั่น\' ปลอดภัย เล็งปรับโครงสร้างรองรับ thaihealth

"การประชุมครั้งนี้มีการนำเสนอผลการศึกษาวิจัยจากนักวิชาการที่เกี่ยวกับเรื่องการเดินและการใช้จักรยานที่น่าสนใจ เช่น แอปพลิเคชันกฎหมายจราจรทางบกส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัย คนเดิน คนใช้จักรยาน ประเด็นคนพิการกับความพึงพอใจในความปลอดภัยในการใช้ทางเดินเท้า ประเด็นปัจจัยส่งเสริมให้เดิน ปั่นไปต่อรถไฟฟ้า กรณีศึกษา บางหว้า-ตลิ่งชัน ซึ่งจะเป็นการสร้างการรับรู้และเข้าใจ เป็นพลังที่จะร่วมขับเคลื่อนเรื่องเดินและจักรยานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามแผนพัฒนาประเทศต่อไป" นพ.ไพโรจน์กล่าว

ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการเดินและการจักรยานไทย กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับ สนุนการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ในเขตเมือง ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนา "ทางข้าม ทางเท้า และทางจักรยาน" ที่สามารถ "เชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะ" ในเขตเมือง และการสร้างมาตรฐานและคุ้มครอง ความปลอดภัยของผู้สัญจรทางเดินเท้าและผู้ใช้จักรยานในเขตเมือง เพื่อเพิ่มสัดส่วนของการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ในภาพรวม

ทั้งนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะต่อไปต้องคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ "กลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุ" ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของสถาบันการเดินและการจักรยานไทย และภาคส่วนต่างๆ ในการทำให้เป็นระบบต่อไป

หนุน \'เดิน-ปั่น\' ปลอดภัย เล็งปรับโครงสร้างรองรับ thaihealth

ด้านนายจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ ผู้อำนวยการสถาบันการเดินและการจักรยานไทย กล่าวว่า เดิน จักรยาน คือการคมนาคมที่สะดวกที่สุด ราคาถูกที่สุด เข้าถึงทุกพื้นที่ได้ดีที่สุด เพื่อการตอบโจทย์ดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม สถาบันฯ เตรียมยกระดับการเดินและการใช้จักรยานเป็นโหมดของการเดินทางคมนาคมขนส่งของเมืองและชุมชน ซึ่งจะสัม ฤทธิผลนั้นต้องอาศัยภาคส่วนต่างๆ ในเมืองและชุมชนนั้นเป็นสำคัญ

สถาบันฯ ยินดีและมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะทำงานกับท้องถิ่น โดยการเชื่อมประสานกับสถาบันการศึกษาในภูมิภาคนั้นๆ ด้านวิชาการ เพราะผู้บริหารเมืองที่มีวิสัยทัศน์ ต้องการข้อมูลเชิงวิชาการ และการสนับสนุนอย่างถูกต้องจากภาคประชาสังคมที่จะเปลี่ยนเมือง เปลี่ยนชุมชนให้สามารถเดินและใช้จักรยานได้ ตนทำเรื่องคมนาคมขนส่งมาโดยตลอดอายุราชการ ซึ่งบางครั้งการทำงานจากระดับนโยบายความต้องการของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวไม่ค่อยสำเร็จ แต่มุมกลับตอนนี้ การทำงานของสถาบันฯ คือการทำงานในเชิงบูรณาการงานเข้าด้วยกัน ซึ่งยาก แต่ท้าทาย ผลที่เกิดขึ้นก็จะเกิดกับเมืองและชุมชนนั้น

ผู้อำนวยการสถาบันการเดินและการจักรยานไทยกล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากงานวิจัยของ สนข.ชี้ชัดว่า หากมีการส่งเสริมการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ร่วมกับการปรับปรุงการเชื่อมต่อการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อการขนส่งอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (สิงหาคม 2557) พบว่าจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2) 8.0 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (Mt CO2e) หรือ 3,900 ktoe หรือสามารถลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินได้ประมาณ 2,900 ล้านลิตร จะประหยัดงบได้ 86,507 ล้านบาท

เชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง การเดินทางในเมืองใหญ่จะเต็มไปด้วยความปลอดภัย ไร้มลภาวะเป็นพิษ และที่สำคัญ ประชาชนจะได้มีโอกาสทำกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การประชุมส่งเสริมการเดิน และการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ครั้งที่ 7 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม