คุมเข้มยาอันตราย“กลุ่ม NSAID”

โดย
| |
อ่าน : 6,243

ที่มา : เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

คุมเข้มยาอันตราย“กลุ่ม NSAID” thaihealth

แฟ้มภาพ

อย. เผย กลุ่มยา NSAID หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์ จัดเป็นยาอันตรายที่ต้อง สั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร พร้อมให้ระบุคำเตือนและข้อบ่งใช้ในฉลากและเอกสารกากับยา โดยเพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบ เตือนให้ใช้ยาเท่าที่จำเป็น และหยุดใช้ทันทีเมื่อไม่มีอาการ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีรายงานจากมหาวิทยาลัย Bern ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวารสาร British medical journal เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2554 ระบุการศึกษาเกี่ยวกับยา NSAID ทั้งกลุ่ม conventional และ COX-2 inhibitors เป็นสาเหตุในการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจ เส้นเลือดสมองตีบ และเสียชีวิตเนื่องจากระบบหัวใจและเส้นเลือดนั้น สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอแจ้งให้ทราบว่า เรามีการควบคุมกำกับดูแล ยากลุ่ม NSAID (Nonsteroidal anti-inflammatory drug) หรือ ยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว และเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค อย.จึงกำหนดให้ยากลุ่มนี้เป็น “ยาอันตราย” ซึ่งต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร และให้ระบุคำเตือน ข้อบ่งใช้ที่สำคัญในฉลากและเอกสารกำกับยา

นพ.วันชัย กล่าวว่า โดยยากลุ่ม conventional NSAIDs เช่น ไอบูโปรเฟน , ไดโคฟิเนก, อินโดเมทาซิน , นาโพซิน , มีเฟนิเมกเอซิด , ไพรอกซิแคม ระบุคำเตือน “ยานี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตีบตันของหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจโดยเฉพาะ เมื่อใช้ยาในขนาดสูงเป็นเวลานาน” ข้อบ่งใช้ “ใช้รักษาอาการปวดและอักเสบในโรคข้ออักเสบ รูมาตอยด์ ข้อเสื่อม กระดูกสันหลังอักเสบ แก้ปวดประจำเดือน” เฉพาะ ไอบูโปรเฟน ระบุข้อบ่งใช้ในการลดไข้และอาการปวดศีรษะไมเกรน สำหรับยากลุ่ม selective COX-2 inhibitors เช่น มีรอกซิเคม , เซเรคอกสิบ, พาเรคอกสิบ , เอทอริคอกสิบ ระบุคาเตือน “ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดสมอง” และข้อบ่งใช้ ระบุ “รักษาอาการของโรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบ รูมาตอยด์ รักษาอาการปวดเฉียบพลัน รักษาอาการปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ รักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง บรรเทาอาการและอาการแสดงของโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ”

เลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า อาการข้างเคียงของยากลุ่ม NSAID ที่สำคัญคือ ระคายเคืองทางเดินอาหาร และลดความต้านทานของผนังของกระเพาะและลำไส้ มีผลทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เลือดออก และเป็นแผลในทางเดินอาหารได้ ส่วนมากมักเกิดจากใช้ยาขนาดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน ดังนั้น จึงต้องรับประทานยานี้พร้อมหรือหลังอาหารทันที และห้ามใช้ในผู้ที่เป็นโรคแผลในทางเดินอาหารอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังต้องระมัดระวังการใช้ยาในคนไข้โรคไต โรคตับ โรคหัวใจ โรคหอบหืด และในคนที่เลือดแข็งตัวช้า เพราะยาอาจไปทาให้สภาวะของโรคเหล่านี้เลวร้ายมากยิ่งขึ้น สำหรับสตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้ยาใด ๆ ทั้งสิ้น ในระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ หลังจากนั้นหากจำเป็นจะต้องใช้ยากลุ่มนี้ ให้ใช้ในขนาดยาต่ำที่สุดที่จะให้เกิดผลในการรักษา และใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น และหยุดใช้หากไม่มีอาการ ขอให้อ่านฉลากก่อนใช้ยา และมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อการใช้ยาอย่างปลอดภัย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม