ปฏิรูป 'เรือนจำ'เพื่อ'ผู้ต้องขังหญิง'

| |
อ่าน : 3,636

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน 

ปฏิรูป \'เรือนจำ\'เพื่อ\'ผู้ต้องขังหญิง\' thaihealth

แฟ้มภาพ

ประเทศไทยอยู่ในสภาพผู้ต้องขังล้นเรือนจำ เรามีนักโทษเกินกว่า 3 แสนคน แต่มีขีดความสามารถรองรับนักโทษได้ราว 1.6 แสนคน ขณะที่เรือนจำในประเทศส่วนใหญ่ออกแบบมารองรับ ผู้ต้องขังชาย

ฉะนั้นจึงเป็นเรื่อง "ลำบาก" และ "อัตคัด" ของผู้ต้องขังหญิงที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในนั้น จึงต้องช่วยกันหาทางออก ในการประชุมขับเคลื่อนนโยบายเรือนจำสุขภาวะ ครั้งที่ 3 เรื่อง "เรือนจำสุขภาวะ : จากพื้นที่แห่งการลงโทษสู่ชุมชนแห่งความห่วงใย"จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสมาคมนักวิจัยประชากรและสังคม สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ณ ห้องประชุม สานใจ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

ปฏิรูป \'เรือนจำ\'เพื่อ\'ผู้ต้องขังหญิง\' thaihealth

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รักษาการผู้อำนวยการสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าปัจจุบันมีผู้ต้องขังหญิงในประเทศไทย จำนวน 45,141 คน (สำรวจเมื่อ 1 สิงหาคม 2559) มีสถิติสูงที่สุดในโลกถึง 2 ด้านคือ มีอัตราผู้ต้องขังหญิงต่อจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด และสัดส่วนผู้ต้องขังหญิงต่อแสนประชากรไทยสูงที่สุดในโลก ซึ่งเมื่อจำนวนคนมากเกินกว่าที่เรือนจำ/ทัณฑสถานรองรับได้ ทำให้เกิดข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากร สาธารณูปโภค และบริการด้านสุขภาพอนามัย ทำให้ไม่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี

 "โครงการดังกล่าวช่วยให้ผู้ต้องขังหญิง มีสุขภาวะทางกายและใจดีขึ้น จากการมีโอกาสได้ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่เหมาะสม ได้รับการฝึกอาชีพตามความสนใจ มีพลังชีวิตผ่านการทำงานอิสระและสร้างสรรค์ มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับเพื่อนและเจ้าหน้าที่" ดร.ประกาศิตกล่าว สิ่งสำคัญของโครงการคือ การสร้างพื้นที่ทางสังคมที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องขังกับคนภายนอก โดยเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังหรือผู้ที่รับการพักโทษ ได้ติดต่อหรือทำกิจกรรมร่วมกับคนภายนอก ทำให้ชุมชนและสังคมได้เปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับเรือนจำและผู้ต้องขัง

ปฏิรูป \'เรือนจำ\'เพื่อ\'ผู้ต้องขังหญิง\' thaihealth

ขณะที่ รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ นักวิชาการอิสระ กล่าวในการนำเสนอทิศทางใหม่ของการพัฒนาเรือนจำจาก "พื้นที่แห่งการลงโทษ" สู่การเป็น "ชุมชนแห่งความห่วงใย" ว่าจากการนำร่องพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำนำร่อง อาทิ พื้นที่แดนหญิงเรือนจำกลางราชบุรี และพื้นที่แดนหญิงเรือนจำกลางอุดรธานี แสดงให้เห็นว่าเราสามารถสร้างชุมชนแห่งความห่วงใยให้เกิดขึ้นได้จริง โดยบูรณาการแนวคิดของชุมชนแห่งความห่วงใยเข้าไปในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดบริการทันตสุขภาพเชิงรุก การสร้างสุขภาพแบบองค์รวมผ่านการฝึกโยคะ การสร้างพลังชีวิตผ่านการทำงานที่มีคุณค่า การสร้างความสุขผ่านการปลูกผักและต้นไม้ การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของเรือนจำ ผ่านการนำเสนอความสามารถและผลงานของผู้ต้องขัง

"กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในเรือนจำคือภาคปฏิบัติการ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันตั้งแต่เจ้าหน้าที่ ผู้ต้องขัง ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน นักวิชาการ และนักวิจัย โดยทุกคนต่างช่วยให้เสริมสร้างชีวิตให้แก่กันโดยไม่เลือกว่าบุคคลนั้นคือใคร เพราะมีความเข้าใจในข้อจำกัดและจุดอ่อนของคนอื่นๆ การสร้างชุมชนแห่งความห่วงใยในเรือนจำ เป็นรากฐานของการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังอย่างยั่งยืน และยังมีส่วนช่วยในการสร้างชุมชนและสังคมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นด้วย" รศ.ดร.นภาภรณ์กล่าวทิ้งท้าย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม