“สุรวิทย์”ห่วงปลายฝนต้นหนาว ไข้หวัดเยือนง่าย

โดย
| |
อ่าน : 1,216

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ห่วงประชาชนภาคเหนือและอีสานช่วงปลายฝนต้นหนาว ป่วยเป็นไข้หวัดง่าย ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งมีกว่า 200 ชนิด แนะเมื่อเป็นแล้วให้พักผ่อนมากๆ จะดีขึ้นเอง หากไม่ดีขึ้นใน 2 วันควรไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยาแก้อักเสบกินเอง ใช้รักษาโรคนี้ไม่ได้และเสี่ยงอันตรายต่อการแพ้ยา หากเป็นเด็กห้ามกินยาแอสไพรินเด็ดขาด

วันนี้ (12 ตุลาคม 2555) ที่จังหวัดเชียงราย นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงพยาบาลแม่ลาว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงกำลังจะเปลี่ยนจากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางจังหวัดเริ่มหนาวเย็น ซึ่งสภาพอากาศที่เย็นลงนี้ เอื้อต่อเชื้อโรคบางชนิดเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้เกิดโรคติดต่อหลายโรค โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจที่พบมากอันดับต้นๆ ในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลเกือบทุกแห่ง คือไข้หวัด มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล ที่ผ่านมาทั่วประเทศพบป่วยเป็นไข้หวัดปีละกว่า 12 ล้านคน เป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีก

นายแพทย์สุรวิทย์ กล่าวต่อว่า สาเหตุของไข้หวัด ส่วนใหญ่เกิดมาจากเชื้อไวรัสซึ่งมีมากกว่า 200 ชนิด ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ โรคนี้หายเองได้หากพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากไม่ดีขึ้นใน 2 วันควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเกิดโรคแทรกซ้อน โดยแพทย์จะให้การรักษาตามอาการ ร่วมกับการกินยาลดไข้และให้พักผ่อนมากๆ ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาและจะหายเองภายใน 1 สัปดาห์ ประชาชนทั่วไปยังมีความเข้าใจไม่ถูกต้อง คิดว่าเมื่อมีอาการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล มีไข้ เป็นอาการที่เกิดจากการอักเสบ มักจะไปซื้อยาปฏิชีวนะหรือที่เรียกกันติดปากว่ายาแก้อักเสบมากิน เพราะคิดว่าจะป้องกันการป่วยหรือหายจากอาการดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดและใช้ไม่ได้ผล ทำให้เสียเงินเปล่าประโยชน์ ยาลดไข้ที่กินได้และปลอดภัยที่สุดคือยาพาราเซตามอล นอกจากนี้ยาที่ใช้ได้ ได้แก่ ยาสมุนไพรที่ได้รับการรับรองจาก อย.เช่น ยาฟ้าทะลายโจร

“ยาปฏิชีวนะเป็นยาอันตราย มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น การแพ้ยา หรือทำให้เชื้อดื้อยาได้ ยาปฎิชีวนะเหล่านี้ออกฤทธิ์ได้เฉพาะเชื้อแบคทีเรีย จึงใช้รักษาโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสไม่ได้ผล จึงไม่แนะนำให้ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง และที่สำคัญในเด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัด ห้ามให้กินยาแอสไพรินเพราะมีผลต่อการทำงานของตับผิดปกติ ทำให้เลือดออกง่ายและหยุดยาก อาจช็อคเสียชีวิตได้ สำหรับเด็กที่ป่วยในช่วงนี้อาจพบโรคอุจจาระร่วงที่เกิดจากเชื้อโรต้าไวรัสร่วมกับอาการไข้หวัด หากพบควรให้กินน้ำเกลือแร่หากไม่ดีขึ้นใน 1-2 วันหรือมีอาการซึมลง กินไม่ได้ อาเจียนมาก ให้รีบมาพบแพทย์ โรคแทรกซ้อนที่อันตรายอีกโรคคือโรคหูน้ำหนวก ซึ่งเด็กจะปวดหูมากและโรคปอดบวมที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อันดับ 1” นายแพทย์สุรวิทย์กล่าว

นายแพทย์สุรวิทย์ กล่าวต่อไปว่า ในการดูแลตนเองไม่ให้ป่วยเป็นไข้หวัด ขอให้รักษาความอบอุ่นของร่างกาย โดยสวมใส่เสื้อผ้าให้พอเหมาะกับสภาพอากาศ ล้างมือบ่อยๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ กินผลไม้สดให้มากๆ เนื่องจากในผลไม้จะมีวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น หากป่วยเป็นไข้หวัด ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล ให้ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อแพร่กระจายไปติดคนอื่น และจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อให้เสมหะอ่อนตัวและขับออกมาง่ายขึ้น โดยได้ให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนในการปฏิบัติตัวไม่ให้เจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง  

 

 

 

ที่มา : กระทรวงสาธารณะสุข

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม