กรมวิทย์ฯ แนะใช้ผลิตภัณฑ์เขียนขอบตา-แต่งขนตาให้ปลอดเชื้อโรค

โดย
| |
อ่าน : 2,650

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้บริโภคหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ใช้ผลิตภัณฑ์เขียนขอบตา (eyeliner) และสีแต่งขนตา (mascara) ควรปิดฝาให้สนิทและเก็บรักษาในสถานที่เหมาะสม ที่สำคัญไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ร่วมกับบุคคลอื่น เพราะจะทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค อาจทำให้ตาอักเสบหากรุนแรงเสี่ยงตาบอดได้ นอกจากนี้ควรตรวจสอบฉลากของผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อเพราะอาจได้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน

นางจุรีภรณ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้สำหรับเขียนขอบตาเพื่อตกแต่งใบหน้าให้ดูสวยงามตามสมัยนิยม เช่น ผลิตภัณฑ์เขียนขอบตา (eyeliner)และสีแต่งขนตา (mascara) เพิ่มมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีหลายรูปแบบทั้งชนิดของเหลว ครีม เจล แท่งอัดแข็ง และชนิดติดถาวร โดยมีส่วนประกอบของพิกเม้นท์ แอลกอฮอล์ โพลีเมอร์ สารกันเสีย และส่วนประกอบอื่นๆ ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติตามต้องการ ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาจมีการปนเปื้อนของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว สารหนู เป็นต้น และหากกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐานก็อาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคได้ 

นอกจากกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐานแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้องก็อาจทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางดังกล่าวมีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อควรตรวจสอบฉลากของผลิตภัณฑ์ให้ละเอียด  เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์เขียนขอบตาและสีแต่งขนตา ควรปิดฝาให้สนิทและเก็บรักษาในสถานที่เหมาะสมและที่สำคัญไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ร่วมกับบุคคลอื่น เพราะอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ได้ หากผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์และเข้าสู่ร่างกายทางตา สิว บาดแผลอื่นๆ หรือเข้ากระแสโลหิต ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง โดยเฉพาะเชื้อ ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา (pseudomonas aeruginosa) อาจทำให้ตาอักเสบรุนแรงถึงตาบอดได้ 

รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์เขียนขอบตาและสีแต่งขนตา จัดเป็นเครื่องสำอางตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 ดังนั้นผู้ประกอบการผลิตหรือนำเข้า จะต้องมาจดแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และต้องมีคุณภาพเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เช่น ไม่มีสารห้ามใช้ประเภทโลหะหนัก ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท สารหนู และสีห้ามใช้ รวมทั้งต้องไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค ได้แก่ ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา (pseudomonas aeruginosa)

สตาฟิโลค็อกคัส ออเรียส (staphylococcus aureus), แคนดิดา อัลบิแคนส์ (candida albicans) และคลอสติเดียม (clostridium spp.) นอกจากนี้ต้องแสดงรายละเอียดบนฉลากของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น ชื่อเครื่องสำอาง ประเภทหรือชนิดเครื่องสำอาง ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิต วิธีใช้ ชื่อและสถานที่ตั้งของผู้ผลิต เป็นต้น

นางหรรษา ไชยวานิช ผู้อำนวยการสำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้มีการสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เขียนขอบตาและสีแต่งขนตา จำนวน 30 ตัวอย่าง  จากร้านขายส่งเครื่องสำอางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตบึงกุ่มและ ดอนเมือง พื้นที่จังหวัดนนทบุรีและตลาดอำเภอบางบัวทอง โดยแบ่งเป็นตัวอย่างที่มีฉลากถูกต้องและครบถ้วนจำนวน 22 ตัวอย่าง และตัวอย่างฉลากไม่ถูกต้องและ/หรือไม่ครบถ้วน จำนวน 8 ตัวอย่าง จากผลการทดสอบคุณภาพทั้งทางเคมีและทางจุลชีววิทยาในห้องปฏิบัติการ พบว่า ตัวอย่างที่มีฉลากถูกต้องและครบถ้วน พบเชื้อจุลินทรีย์สูงเกินกำหนดและพบจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค คือ ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา จำนวน 1 ตัวอย่าง และตรวจพบตะกั่วในช่วง 6.3-14.7 ไมโครกรัมต่อกรัมแต่ไม่เกินมาตรฐาน จำนวน 16 ตัวอย่าง (กฎหมายอาเซียนด้านเครื่องสำอาง กำหนดให้ตะกั่วปนเปื้อนได้ไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่อกรัม) ส่วนอีก 15 ตัวอย่างไม่พบโลหะและเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน สำหรับตัวอย่างที่มีฉลากไม่ถูกต้องและ/หรือไม่ครบถ้วน ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์สูงเกินกำหนดและพบตะกั่ว 7.2 ไมโครกรัมต่อกรัม จำนวน 1 ตัวอย่าง ตรวจพบตะกั่ว 11.6 ไมโครกรัมต่อกรัม จำนวน 1 ตัวอย่าง และตรวจพบสารหนู 2.73 และ3.78 ไมโครกรัมต่อกรัม จำนวน 2 ตัวอย่าง (กฎหมายอาเซียนด้านเครื่องสำอาง กำหนดให้สารหนูปนเปื้อนได้ไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อกรัม) อีก 4 ตัวอย่างไม่พบโลหะและเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน นอกจากนี้ได้นำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานจำนวน 19 ตัวอย่าง ทำการทดลองใช้จริง 4 สัปดาห์ และทำการทดสอบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ พบว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อ ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา ในตัวอย่างผลิตภัณฑ์เขียนขอบตา จำนวน 1 ตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่าการเปิดใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะเวลานาน อาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ จากสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้นหลังการใช้ควรปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในที่เหมาะสม และไม่ใช้ร่วมกับคนอื่น

 

 

ที่มา : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม