ทารกติดหวานได้ด้วยหรือ

| |
อ่าน : 3,018

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

ทารกติดหวานได้ด้วยหรือ thaihealth

ผลการสำรวจสุขภาพปะชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 5 พบว่า พฤติกรรมการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานในเด็กและวัยรุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยแนวโน้มคนไทยเริ่ม "ติดหวาน" กันตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะพฤติกรรมการบริโภคหวานมีตั้งแต่ทารก

พฤติกรรมการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานในเด็กและวัยรุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้น ผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 ระหว่างปี 2557-2558 ด้วยการสุ่มตรวจสุขภาพประชากรไทย 21 จังหวัด จำนวน 19,468 ตัวอย่าง พบว่าเด็กไทยบริโภคน้ำอัดลม น้ำหวาน เครื่องดื่มหวานในปริมาณ 1 วันต่อ 1 ครั้งขึ้นไป เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มอายุ โดยกลุ่มอายุ 10-14 ปี เพิ่มจาก 19% เป็น 20% อายุ 6-9 ปี เพิ่มจาก 14% เป็น 20% และกลุ่มอายุ 2-5 ปี เพิ่มจาก 10% เป็น 12% จะเห็นได้ว่า แนวโน้มคนไทยเริ่ม "ติดหวาน" กันตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะพฤติกรรมการบริโภคหวานมีตั้งแต่ทารก ทำให้เกิดคำถามที่ตามมาคือ "ทารกติดหวานได้ด้วยหรือ?"

ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการโครงการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน แผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ข้อมูลว่า จากข้อสรุปรายงานการศึกษาต่างๆ พบว่า เด็กทารกเริ่มติดหวานได้ตั้งแต่การได้สัมผัสและกลืนน้ำคร่ำ นั่นเป็นเพราะการรับรู้รสอาหารตุ่มรับรสในลิ้นเริ่มมีพัฒนาการตั้งแต่ทารกในครรภ์มารดา ตุ่มรับรสของทารกในครรภ์มารดาจะได้รับการกระตุ้นจากสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของน้ำคร่ำ

รายงานการศึกษาหลายรายงานพบว่า มารดาที่ทานอาหารหลากหลายรสชาติจะมีส่วนช่วยกระตุ้นประสาทรับรู้ (chemoreceptors) ของเด็กทารกผ่านทางน้ำคร่ำ เด็กยังได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องหลังคลอดผ่านทางน้ำนมมารดา หากเพิ่มสารรสหวานในอาหารของมารดาที่รับประทานทั้งในขณะตั้งครรภ์และขณะให้นมบุตรจะทำให้ทารกรับรู้และคุ้นเคยไปด้วย และชัดเจนมากขึ้นในเด็กทารกหลังคลอดที่เด็กยังได้สารหวาน โดยเฉพาะจากนมผงที่มีการเติมความหวานเพิ่มเติม เด็กจะมีความสุขและพึงพอใจกับรสชาติของนมที่มีรสหวานทำให้เลิกยาก ทั้งยังเพิ่มความต้องการและความถี่ในการทานมากยิ่งขึ้น

"พฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กทารกหลังคลอดมีการเรียนรู้จากพฤติกรรมซ้ำเดิม และจะยังคงปฏิบัติต่อเนื่องหากสิ่งนั้นสร้างความพอใจและมีความสุข สารหวานที่เด็กได้รับจากนมหวานและอาหารเสริมที่มีน้ำตาลอย่างต่อเนื่องซ้ำๆ ย่อมสร้างความพอใจให้กับเด็ก ในที่สุดก็ติดหวานและทานปริมาณมากขึ้น ผลเสียที่ตามมาคือเด็กกลายเป็นโรคอ้วนและฟันผุ"

ในปี 2015 คณะกรรมการวิชาการด้านโภชนาการและองค์การอนามัยโลก ได้จัดทำร่างข้อแนะนำเรื่องพลังงานจากอาหารใน 1 วัน ต้องมีปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา และเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ หามาตรการลดการบริโภคน้ำตาลในประชากรของตนลงทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ขณะเดียวกันสหพันธ์ทันตแพทย์แห่งโลก (FDI) แนะนำว่าควรมีมาตรการเรื่องฉลาก การควบคุมโฆษณา และมาตรการทางภาษีและราคา รวมถึงการควบคุมน้ำตาลในอาหารเด็กอย่างเข้มแข็ง สำหรับปริมาณน้ำตาลในอาหารเสริมของเด็ก ตามมาตรฐาน CODEX อนุญาตให้มีน้ำตาลในอาหารเสริมเด็กกลุ่ม cereal based food ไม่เกิน 5 กรัม/พลังงาน 100 กิโลแคลอรี ขณะที่องค์การอนามัยโลกเสนอแนะไม่เกิน 2.5 กรัม/พลังงาน 100 กิโลแคลอรี ซึ่งแต่ละประเทศสามารถดำเนินการได้เองตามนโยบาย ขณะที่การประกาศกระทรวงสาธารณสุขของไทย ฉบับที่ 158 เรื่องอาหารเสริมเด็กไม่ได้กำหนดปริมาณน้ำตาลเอาไว้ ทำให้แม่และผู้เลี้ยงเด็กอาจไม่ทราบปริมาณน้ำตาลที่มีในอาหารใช้เลี้ยงลูกตัวเองและทำให้เด็กติดรสหวานได้

ที่ผ่านมาเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานได้ทำการสำรวจน้ำตาลในอาหารเสริมเด็กปีละ 1 ครั้ง พบว่า ยังไม่พบอาหารเสริมที่มีน้ำตาลเกินกว่า 5 กรัม/พลังงาน 100 กิโลแคลอรี ตามมาตรฐาน CODEX และพบอาหารเสริมที่มีน้ำตาลเกิน 2.5 เพียง 2 ชนิด และไม่มากเกิน แต่พบว่าปริมาณน้ำตาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระดับจุดทศนิยม ในปี 2560 จึงมีการสำรวจปริมาณน้ำตาลในอาหารเสริมทารกและเด็กเล็กในตลาดของไทยอีกครั้งเพื่อเสนอแนะให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.กำหนดมาตรฐานปริมาณน้ำตาล อย่างน้อยต้องไม่เกินมาตรฐาน CODEX เพื่อเป็นแนวทางป้องกันการติดหวานตั้งแต่ทารก

นั่นเป็นเพราะ การกินอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น โรคอ้วน เพราะน้ำตาลให้พลังงานมากรองจากไขมัน และน้ำตาลยังส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ฟันผุ ภาวะอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 มะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม