หนุนลดเวลาเรียนเด็ก อัดเยอะปิดกั้นคิดสร้างสรรค์

โดย
| |
อ่าน : 3,899

 

กุมารแพทย์หนุนปรับลดเวลาเรียนเด็กไทย ชี้สอนอัดแน่นเกินไป ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์เด็ก แนะปูพื้นคุณธรรม จริยธรรมก่อนวิชาการ โดยเฉพาะช่วงอนุบาลถึงประถมต้น เน้นออกกำลังกาย เล่นกีฬา เรียนรู้นอกห้อง สอนวิธีการเรียนรู้ให้เด็ก เชื่อ ช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กได้ดีกว่าการนั่งท่องจำ      

ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (บอร์ด กพฐ.) ให้ทบทวนจำนวนคาบเรียนต่อวัน ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปว่า จะปรับหรือลดแน่ชัดหรือไม่ ว่า ปัจจุบันการเรียนการสอนของประเทศไทยมีจำนวนวิชามากจนเกินไป โดยเฉพาะเด็กในช่วงชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาตอนต้น ซึ่งสมควรสอนในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมมากกว่าวิชาความรู้อื่นๆ ที่อัดแน่นตั้งแต่เด็ก ซึ่งตนมองว่าวิชาเหล่านั้นสามารถเรียนรู้ในภายหลังได้ เนื่องจากเรียนรู้ไวเกินไปสุดท้ายก็ลืมหมด แต่ควรที่จะต้องปลูกฝังความเป็นคนดีให้แก่เด็กตั้งแต่แรกเริ่ม เช่น การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา เพื่อให้เด็กรู้จักความสามัคคี การรู้แพ้ รู้ชนะ การออกไปเรียนรู้หรือทดลองปฏิบัตินอกห้องเรียน รวมไปถึงกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ      

“ในต่างประเทศทั้งประเทศแถบสแกนดิเนเวีย หรือญี่ปุ่น ต่างสอนเด็กของเขาในเรื่องนี้ตั้งแต่ยังเล็ก เพราะเขาต้องการให้พื้นฐานของเด็กดีก่อน มีสุขภาพที่แข็งแรง และรู้จักสังคม ตนเห็นด้วยหากจะปรับลดจำนวนคาบการเรียนการสอน โดยหันไปเน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม การเรียนจากของจริงนอกห้องเรียนมากกว่าเรียนในกระดาษ รวมไปถึงการออกกำลังกาย เล่นกีฬาบ่อยๆ สอนวิธีการเรียนรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกว่ามานั่งท่องจำเยอะๆในห้องเรียน” ปธ.ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ กล่าว      

ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จะสังเกตได้ว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว การเรียนการสอนจะน้อย ไม่อัดแน่นเหมือนประเทศไทยที่เด็กนั่งเรียนกันจนไม่มีเวลาคิดอะไรที่สร้างสรรค์ ซึ่งในต่างประเทศให้เด็กเรียนเพียงครึ่งวัน จากนั้นจึงให้ไปเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาสมอง และวิธีการเรียนรู้ ทั้งนี้ หากประเทศไทยจะปรับลดจำนวนคาบเรียน ควรมีการหากิจกรรมให้เด็กทำ แต่ครูต้องไม่เข้าไปสอน เพราะหากมีการสอนมากๆ เด็กก็จะหันไปเล่นเกมแทน แต่หากมีกิจกรรมให้เด็กได้ทำก็จะช่วยลดการคลายเครียดด้วยการเล่นเกมมากๆ ได้ นอกจากนี้ ควรเน้นในเรื่องการอ่านเพื่อสร้างจินตนาการให้เด็กด้วย เชื่อว่า จะช่วยพัฒนาให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพที่ดีได้

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์astvผู้จัดการ

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม