แนะป้องกันโรคฉี่หนูหลังน้ำลด

โดย
| |
อ่าน : 2,286

ที่มา : เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

แนะป้องกันโรคฉี่หนูหลังน้ำลด thaihealth

แฟ้มภาพ

“กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ” แนะผู้ประสบภัยป้องกันโรคฉี่หนูหลังน้ำลด ให้เลี่ยงการนำน้ำท่วมขังมาล้างเท้าล้างขา เนื่องจากเสี่ยงเชื้อฉี่หนู ขณะเดียวกันควรกำจัดขยะโดยเฉพาะเศษอาหาร ให้ใส่ถุงมัดปากให้มิดชิดหรือใส่ถุงขยะที่มีฝาปิด

นายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า ในช่วงหลังน้ำลด เป็นช่วงของการฟื้นฟูบ้านเรือนและชุมชนให้กลับสู่สภาวะปกติ  รวมทั้งเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังโรคที่จะเกิดขึ้นในช่วงหลังน้ำลด ที่สำคัญ คือ โรคฉี่หนูหรือโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) ซึ่งขณะนี้มีรายงานพบผู้ป่วยและเสียชีวิต 1 ราย ที่ จ.กระบี่ และจากรายงานของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 -22 มกราคม มีผู้ป่วยโรคฉี่หนู 72 ราย จาก 21 จังหวัด เมื่อเปรียบเทียบต่อประชากรทุก 1 แสนคน พบว่าภาคใต้มีอัตราป่วยโรคนี้สูงที่สุด แสนละ 0.32 คน รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบแสนละ 0.17 คน  

ดังนั้น ในการป้องกันโรคฉี่หนูหลังน้ำลดทุกพื้นที่ กรม สบส.ได้ขอความร่วมมือให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม.เร่งให้ความรู้ประชาชนทุกหลังคาเรือน ในการปฏิบัติตัวป้องกันโรคและให้รู้จักสัญญาณอาการเฉพาะของโรคฉี่หนู คือ มีไข้สูงแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหลัง น่อง ต้นคอ มีอาการไอ คลื่นไส้อาเจียน ตาแดง หากมีอาการที่กล่าวมา ขอให้นึกถึงโรคนี้และรีบแจ้ง อสม.หรือไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง โรคนี้มียารักษาหายขาด แต่อาจมีการติดเชื้อซ้ำอีกได้ หากประชาชนปฏิบัติตัวป้องกันโรคไม่ดีพอ         

นายแพทย์ประภาส กล่าวต่อว่า โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่มาจากหนูทุกชนิด ในช่วงน้ำท่วมใหญ่  หนูจะหนีน้ำมาหาที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามบ้านเรือน กองขยะ โดยเชื้อจะแพร่กระจายผ่านฉี่ของหนูสู่แหล่งน้ำ โดยเฉพาะน้ำที่ขังเป็นแอ่งๆ  พื้นดินโคลนแฉะๆ  และจะเข้าสู่ร่างกายที่พบมาก คือ เข้าทางบาดแผล รอยขีดข่วนที่ผิวหนัง รวมทั้งผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานานด้วย และจากอาหาร/น้ำดื่มที่มีเชื้อปนเปื้อน ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อจึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการวักน้ำจากแอ่งน้ำท่วมขังมาล้างขา ล้างเท้า เนื่องจากในแหล่งน้ำประเภทนี้อาจมีเชื้อโรคฉี่หนูปนเปื้อน

ขอให้ใช้น้ำสะอาดชำระล้างแทน เช่น น้ำประปา หรือน้ำที่ผ่านการปรับสภาพและฆ่าเชื้อจากคลอรีนแล้ว หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำย่ำโคลน ขอให้สวมรองเท้าบูท เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผล และป้องกันไม่ให้บาดแผลหรือรอยขีดข่วนที่มีอยู่แล้วสัมผัสกับน้ำท่วมขัง และระมัดระวังอย่าให้มีน้ำขังในรองเท้าบูทที่ใส่ เพราะหากเท้าแช่น้ำเป็นเวลานานจะทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม เชื้อโรคฉี่หนูสามารถไชเข้าได้เช่นกัน

สำหรับการป้องกันโรคฉี่หนูทางอาหารและน้ำดื่ม ขอให้ประชาชนดื่มน้ำต้มสุก น้ำดื่มบรรจุขวด ดูแลปกปิดอาหารที่ปรุงแล้วให้มิดชิด เพื่อป้องกันหนูเข้าไปกินอาหาร และรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ 

หากเป็นอาหารค้างมื้อให้นำไปอุ่นด้วยความร้อนให้เดือดก่อน ประการสำคัญขอให้เก็บกวาดขยะทั้งในและนอกบ้านเรือน โดยเฉพาะขยะประเภทเศษอาหาร ขอให้ใส่ถุง มัดปากถุงให้มิดชิดหรือใส่ในถังขยะที่มีฝาปิด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม