วิธีรับมือภัยเสี่ยงเทศกาลลอยกระทง

| |
อ่าน : 2,221

 

สพฉ. แนะวิธีรับมือภัยเสี่ยงเทศกาลลอยกระทง “ประทัด-จมน้ำ-อุบัติเหตุจราจร” หากพบผู้บาดเจ็บจากประทัด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำประคบ เปิดน้ำไหลผ่าน บรรเทาอาการก่อนถึงมือแพทย์ ขณะที่หากพบคนตกน้ำต้องช่วยอย่างถูกวิธี รีบแจ้งสายด่วน 1669

นายแพทย์ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า เมื่อย้อนดูสถิติอุบัติเหตุหรืออัตราการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ย้อนหลังในหลายๆ ปี จะพบว่าเดือนพฤศจิกายนที่มีเทศกาลลอยกระทง เป็นอีกเดือนที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุและอัตราการเจ็บป่วยฉุกเฉินมากเป็นอันดับต้นๆ ของปี รองเพียงสถิติในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์เท่านั้น โดยสถิติที่มักเกิดมากที่สุด คืออุบัติเหตุจากประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ ซึ่งมักเกิดในเด็กอายุ 10-14 ปี 

“ดังนั้นการเตรียมพร้อมคือ ผู้ปกครองควรอธิบายให้เด็กเข้าใจถึงอันตราย ที่สำคัญไม่ควรให้เด็กจุดเล่นเองโดยเด็ดขาด และต้องจำไว้เสมอว่าระยะปลอดภัยในการยืนดูพลุ คือระยะ 10 เมตรขึ้นไป อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับอันตรายให้รีบแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินที่สายด่วน 1669 เพื่อให้นำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด”

นายแพทย์ชาตรีย้ำว่าระหว่างรอการช่วยเหลือควรทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อลดอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินโดยใช้ผ้าชุบน้ำประคบบริเวณบาดแผล หรือให้น้ำไหลผ่าน ประมาณ 10 นาที เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด จากนั้นปิดด้วยผ้าสะอาด ป้องกันการติดเชื้อ แต่หากแผลไหม้เป็นบริเวณกว้าง หรือถูกอวัยวะสำคัญต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลและในกรณีบาดแผลไฟไหม้ถึงเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ให้ใช้ผ้าสะอาดห่อตัวผู้บาดเจ็บ และระหว่างรอรถพยาบาลหากบาดแผลอยู่ในบริเวณที่มีเสื้อผ้าให้ถอดเสื้อผ้าออก หรือหากถอดลำบากควรตัดออกเป็นชิ้น แต่หากเสื้อผ้าติดกับบาดแผลแน่น อย่าพยายามฝืนดึงเพราะอาจจะทำให้บาดเจ็บมากขึ้น แต่ควรใช้ผ้าสะอาดคลุม

“นอกจากนี้หากผู้บาดเจ็บมีกำไล แหวน หรือเครื่องประดับ ควรถอดออกด้วย เพราะหากปล่อยไว้นิ้วหรือข้อมืออาจบวมจนทำให้ถอดยาก ที่สำคัญห้ามใส่ยาหรือสารใดๆ บนบาดแผลเด็ดขาดหากไม่แน่ใจ เพราะอาจทำให้ระคายเคืองต่อบาดแผลเพิ่มได้”

เลขาธิการ สพฉ. กล่าวต่อว่า รองลงมาคืออันตรายจากการจมน้ำและตกน้ำ โดยมี 2 สาเหตุหลัก คือพลัดตกน้ำเพราะผู้คนเบียดเสียด และการลงน้ำไปเก็บเศษเงินในกระทง  ดังนั้นผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด และหากพบคนตกน้ำ จมน้ำควรช่วยเหลือโดยคิดถึงความปลอดภัยตัวเองเป็นสำคัญก่อน และรีบโทรแจ้ง 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ ควรสังเกตว่าถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้กดนวดหัวใจตามคำแนะนำของผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์  ส่วนผู้ป่วยที่ยังหายใจได้เอง หรือช่วยเหลือจนหายใจได้แล้ว ควรจับผู้ป่วยนอนตะแคงข้าง ศีรษะหงายไปข้างหลัง เพื่อให้น้ำไหลออกทางปาก ใช้ผ้าห่มคลุมผู้ป่วยเพื่อให้เกิดความอบอุ่น อย่าให้กินอาหารและดื่มน้ำทางปาก

“ภัยที่น่าเป็นห่วงในทุกเทศกาลคงหนีไม่พ้นอุบัติเหตุจากการจราจร ยิ่งมีการสังสรรค์ทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงมากขึ้นด้วย ดังนั้นควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ ไม่ควรขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กำหนด ที่สำคัญคือต้องไม่ดื่มสุราหากต้องขับรถ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้หากขับขี่รถจักรยานยนต์จะต้องสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย ทั้งนี้หากเจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุสามารถโทรแจ้งที่สายด่วน 1669 ได้ บริการฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง” เลขาธิการ สพฉ.กล่าว

 

 

ที่มา : สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม