เตือนอบซาวน่าระวังมีปัญหาดวงตา การมองเห็นแย่ลง

| |
อ่าน : 4,585

ที่มา : www.komchadluek.net

เตือนอบซาวน่าระวังมีปัญหาดวงตา การมองเห็นแย่ลง thaihealth

แฟ้มภาพ

จักษุแพทย์เตือนอบซาวน่าระวังมีปัญหาดวงตา แสดงผลแบบเฉียบพลัน เจ็บตา น้ำตาไหล การมองเห็นแย่ลง บางรายถึงขั้นลืมตาไม่ขึ้น แนะหลับตาบ่อยๆ

นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข จักษุแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถีกล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนมีความกังวลเรื่องแสงไฟว่าจะมีอันตรายกับดวงตา ซึ่งโดยปกติแสงไฟที่สว่างจ้า จะไม่มีอันตรายกับดวงตา แต่เคยพบรายงานในต่างประเทศที่มีการระบุว่ามีคนตาบอดจากแสงที่สะท้อนจากหิมะตกที่ทำให้ทุกพื้นที่เป็นสีขาว จนรังสีอัลตราไวโอเลตสะท้อนเข้าตา ส่งผลให้มีปัญหากับกระจกตา จนบางรายถึงขั้นตาบอด หากเดินทางไปเที่ยวในประเทศที่มีหิมะตก ควรมีความระมัดระวัง มิเช่นนั้น ดวงตาอาจได้รับอันตราย

อย่างไรก็ตาม สำหรับในประเทศไทยแสงที่อันตราย จะมีเพียงกลุ่มเดียวคือกลุ่มของคนที่ทำอาชีพเกี่ยวกับการเชื่อมเหล็ก เพราะแสงจากการเชื่อมเหล็กจะมีผลต่อกระจกตาโดยตรง หากไม่ใส่แว่นตากรองแสงขณะเชื่อมเหล็ก ก็จะได้รับผลกระทบกับดวงตาแบบเฉียบพลันเพราะผิวกระจกตาถูกทำลายตั้งแต่น้อยไปจนถึงมาก เช่น น้ำตาไหล แสบตา ลืมตาไม่ขึ้น ตาอักเสบ เป็นต้น

จักษุแพทย์กล่าวอีกว่า อุณหภูมิความร้อนก็มีผลกระทบกับดวงตา เคยพบผู้ป่วยมีปัญหาดวงตา จากการเข้าอบซาวน่าและเป็นการแสดงผลแบบเฉียบพลัน โดยอาการเบื้องต้นที่พบ คือ เจ็บตา น้ำตาไหล การมองเห็นแย่ลง หรือบางรายถึงขั้นลืมตาไม่ขึ้น ผู้ที่นิยมอบซาวน่าควรระมัดระวังให้มาก เพราะหากดวงตาโดนไอร้อนมากๆหรือนานๆ ก็จะมีผลต่อผิวของกระจกตาได้ ซึ่งระยะเวลาและปริมาณความร้อนนั้น จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลไม่สามารถระบุได้ว่าดวงตาจะได้รับความร้อนที่อุณหภูมิเท่าใดหรือต้องใช้เวลานานเพียงใด ถึงจะส่งผลกระทบต่อดวงตา

“หากกังวลว่าดวงตาจะได้รับผลกระทบจากการซาวน่าก็ให้พยายามหลับตาบ่อยๆเวลาเข้าซาวน่า เพราะกระจกตาเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนจึงไม่ควรให้โดนความร้อนนานๆ แต่ปัญหานี้มักไม่เกิดกับคนที่ดูแลดวงตาดีๆต่อให้ไปอบซาวน่าบ่อยก็ไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม หากมีความระคายเคืองตาไม่ว่าจากสาเหตุใดควรไปพบจักษุแพทย์โดยตรง ไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เอง เนื่องจากบางครั้งยาหยอดตาที่ซื้อมาหยอดเอง อาจมีสารสเตียรอยด์ หากหยอดไปนานๆจะมีอันตรายและกลายเป็นต้อหินได้”นพ.ไพศาลกล่าว

นพ.ไพศาล กล่าวอีกว่า ส่วนการที่ประชาชนมีความกังวลว่าดวงตาจะได้รับผลกระทบจากไฟจากหน้ารถที่ส่องเข้ามาในดวงตา ขณะที่ขับรถสวนกันนั้น ขอให้สบายใจได้เพราะปกติแล้วไฟหน้ารถจะไม่มีผลกับสายตา เนื่องจากเป็นการได้รับเพียงไม่นาน ส่วนในรายที่เมือมองไฟที่หน้ารถแล้วเกิดอาการตาพร่ามัว มองเห็นไฟในลักษณะของดวงไฟที่ต่างไปจากเดิม เช่นโดยปกติจะเห็นไฟเป็นวงกลม แต่กลับเห็นเป็นลักษณะไฟแตกกระจาย ก็ควรไปรับการตรวจสายตา เพราะอาจจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคต้อกระจกได้ หรือในรายที่ทำต้อกระจกมาแล้วเลนส์อาจจะขุ่นทำให้แสงแตกกระจายการเห็นภาพแย่ลง เป็นต้นทั้งนี้ในส่วนของไฟหน้ารถที่สวนกันนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอันตรายในด้านของอุบัติเหตุมากกว่า เพราะในขณะที่รถขับผ่านกันไฟจากรถจะทำให้มองไม่เห็น แต่โดยปกติก็ไม่ควรจ้องแสงไฟหน้ารถนานๆ

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม