ห่วงวัยรุ่นใช้ยาแก้ปวดผิดประเภท

โดย
| |
อ่าน : 9,096

ที่มา : เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

ห่วงวัยรุ่นใช้ยาแก้ปวดผิดประเภท thaihealth

แฟ้มภาพ

จากกรณีที่มีการเผยแพร่เรื่องราวผ่านโลกโซเชียล เกี่ยวกับวัยรุ่นใช้ยาแก้ปวด “ทรามาดอล” หรือที่กลุ่มวัยรุ่นเรียกว่า “ยาเขียวเหลือง” เพราะเชื่อว่ากินแล้วจะรู้สึกเคลิ้มมีความสุขไม่เจ็บปวดทุกข์ทรมาน โดยไม่รู้ถึงพิษภัยของการใช้ยาผิดประเภท ซึ่งล่าสุดผู้ป่วยรายนี้มีอาการทางสมองและไม่สามารถลุกเดินได้ หลังจากกินยาชนิดนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า “ทรามาดอล” (Tramadol) เป็นยาแก้ปวด ในกลุ่มโอพิออยด์ ออกฤทธิ์เหมือนมอร์ฟีน พบว่ามีการลักลอบขายยาชนิดนี้ให้แก่เด็กวัยรุ่นเพื่อใช้ในทางที่ผิดทั้งการเสพแบบยาเดี่ยวและผสมกับเครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแม้กระทั่งผสมกับน้ำใบกระท่อม และยาต่างๆ เช่น ยานอนหลับ ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้อากาศ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สี่คูณร้อย”

จากข้อมูลของสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์พบว่ามีผู้ป่วยที่ติดยาทรามาดอล ปี 2557 มีจำนวน 5 ราย ปี 2558 มีจำนวน 9 ราย และปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 46 ราย เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่ติดยาชนิดสี่คูณร้อยปี 2557 มีจำนวน 50 ราย ปี 2558 มีจำนวน 80 ราย และปี 2559 มีจำนวน 114 ราย จะเห็นได้ว่าสถิติผู้เข้ารับการบำบัดรักษาจากทั้ง 2 กรณีมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี

สำหรับยาทรามาดอลในทางการแพทย์ใช้รักษาอาการปวดในระดับรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก มีขนาด 50 มิลลิกรัม และ 100 มิลลิกรัม ซึ่งขนาดที่ร่างกายสามารถรับได้ในปริมาณสูงสุดไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน และมีผลข้างเคียง เช่น อาเจียน มือสั่น ใจสั่น มึนงง ง่วงซึม ประสาทหลอน เป็นต้น หากได้รับยาในปริมาณสูงตั้งแต่ 500 มิลลิกรัม (10 เม็ด) ขึ้นไป จะเกิดอาการรุนแรง เช่น ชัก ไข้สูง ภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย ภาวะลิ่มเลือดกระจายในหลอดเลือด ไตวายเฉียบพลัน และอาจเสียชีวิตได้

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยาทรามาดอลสามารถทำให้เสพติดได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เนื่องจากยามีฤทธิ์เช่นเดียวกับสารเสพติดประเภทฝิ่น เฮโรอีน หากนำไปใช้ในทางที่ผิดสามารถทำให้ติดได้ และเมื่อใช้ในระยะยาวจะมีผลสะสมต่อสมองทำให้สมองเสื่อมและร่างกายทรุดโทรม ควรใช้ยานี้อย่างระมัดระวังตามแพทย์สั่ง ผู้ปกครอง ควรหมั่นสังเกตบุตรหลาน

ทั้งนี้ หากไม่สามารถหยุดยาได้เองสามารถปรึกษาสายด่วนยาเสพติด 1165 หรือขอรับคำปรึกษาและบำบัดรักษาได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในภูมิภาค 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลาและปัตตานี

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม