5 กลุ่มวัยที่ควรเพิ่มกิจกรรมทางกาย

| |
อ่าน : 5,978

ที่มา : มติชนออนไลน์

5 กลุ่มวัยที่ควรเพิ่มกิจกรรมทางกาย thaihealth
แฟ้มภาพ

กรมอนามัยห่วงสาวอยากสวย แห่ลดอ้วน แต่ไม่ออกกำลังกาย พร้อมแนะ 5 กลุ่มวัยที่ควรเพิ่มกิจกรรมทางกาย

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำหนดให้วันพุธ ช่วงเวลา 15.00-16.30 น. เป็นเวลาออกกำลังกายของข้าราชการ ว่า การที่นายกฯมีนโยบายให้ข้าราชการออกกำลังกายทุกวันพุธนั้น ก็เพื่อช่วยลดปัญหาพฤติกรรมเนือยนิ่ง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เพียงแค่การออกกำลังกายเท่านั้นถึงจะมีสุขภาพร่างกายที่ดีแข็งแรง แต่ประชาชนทั่วไปหากมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ ก็ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ได้ โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ในเด็กควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง 60 นาที/วัน ส่วนผู้ใหญ่มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง 150 นาที/สัปดาห์ ซึ่งระดับของการมีกิจกรรมทางกายมี 3 ระดับ คือ 1.กิจกรรมทางกายทั่วๆ ไป เช่น การเดิน การเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ 2.ออกกำลังกาย จะมีความหนักมากขึ้น เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน เป็นต้น และ 3.กีฬา ซึ่งจะมีความหนักกว่าการออกกำลังกาย

นพ.วชิระกล่าวว่า กรมยกร่างยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายชาติเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในช่วงเมษายน 2560 ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเน้นการมีกิจกรรมทางกายของคน 5 กลุ่มวัย เพื่อให้มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอเพิ่มมากขึ้น ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยตั้งเป้าหมายว่าคนไทยจะต้องมีกิจกรรมทางกายเพียงพอร้อยละ 84 ระยะเวลาการมีพฤติกรรมเนือยนิ่งลดลงร้อยละ 10

สำหรับ 5 กลุ่มวัยที่จะเพิ่มกิจกรรมทางกาย ประกอบด้วย 1.แม่และเด็กปฐมวัย กลุ่มนี้หลายคนมองว่าหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัยช่วง 0-5 ขวบ ไม่ควรออกแรง เคลื่อนไหวอะไรมาก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ การมีกิจกรรมทางกายควรเริ่มตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ จะช่วยให้แม่และเด็กแข็งแรง แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ด้วย ขณะเดียวกันเด็กทารกที่เกิดมาก็สามารถให้เขาออกกำลังได้ อย่างทารกอายุ 3-4 เดือน ก็ให้ฝึกว่ายน้ำได้ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กปฐมวัยพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพดี คือ อาหารโภชนาการต้องดี โดยเฉพาะการดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด ถึง 6 เดือน แล้วดื่มนมแม่พร้อมอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ขวบ หรือมากกว่า มีการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ และมีกิจกรรมทางกายเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว เป็นพัฒนากล้ามเนื้อมัดต่างๆ

นพ.วชิระ กล่าวว่า 2.วัยเรียนและวัยรุ่น กลุ่มนี้น่าเป็นห่วง เพราะมีพฤติกรรมเนือยนิ่งจากการนั่งเรียน เมื่อเลิกเรียนก็นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ ดูโทรทัศน์ ซึ่งจะต้องส่งเสริมเรื่องของลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยออกไปมีกิจกรรมนอกห้องเรียนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ พบว่าวัยรุ่นอายุ 19 ปี ระหว่างผู้ชายและผู้หญิงมีความสูงต่างกันถึง 13 ซม. โดยผู้ชายมีความสูงเฉลี่ย 171 ซม. ผู้หญิงสูงเฉลี่ย 158 ซม. เนื่องจากวัยรุ่นหญิงอยากผอมสวย เลยรับประทานน้อย แต่ไม่ออกกำลังกาย ทำให้เจอปัญหาผอมเตี้ยและซีด ซึ่งการส่งเสริมให้มีกิจกรรมทางกายจะช่วยแก้ปัญหาได้

3.วัยทำงาน กลุ่มนี้ควรเพิ่มกิจกรรมทางกายให้มากขึ้น โดยต้องเลือกกิจกรรมทางกายให้เหมาะสมกับการมีกิจวัตรประจำวัน เช่น เพิ่มการเดินมากขึ้น การยืนเซ็นเอกสาร เป็นต้น 4.ผู้สูงอายุ ควรมีกิจกรรมทางกายแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหมมากจนเกินไป และ 5.กลุ่มเฉพาะหรืออาชีพต่างๆ ก็เช่นกันกับวัยทำงาน ที่ควรมีกิจกรรมทางกายที่สอดคล้องกับลักษณะของงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม