ชูโรงเรียนผู้สูงอายุ รับมือสังคมสูงวัย

| |
อ่าน : 2,835

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

ชูโรงเรียนผู้สูงอายุ รับมือสังคมสูงวัย  thaihealth

จัดเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง "เตรียมพร้อมรับมือสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบหรือยัง" เนื่องในวันผู้สูงอายุสากล 1 ตุลาคม

ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง "เตรียมพร้อมรับมือสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบหรือยัง" เนื่องในวันผู้สูงอายุสากล 1 ตุลาคม เพื่อนำเสนอข้อมูลแนวทางการสร้างความตระหนักรู้ในการเตรียมตัวด้านสุขภาพของประชากรทุกช่วงวัย และสร้างเสริมศักยภาพของผู้สูงอายุ ตลอดจนเสนอแนะการปรับเปลี่ยนในเชิงนโยบายด้านการส่งเสริมสุขภาพ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และแนวทางการส่งเสริมการทำงานของแรงงานสูงวัยเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทย

ชูโรงเรียนผู้สูงอายุ รับมือสังคมสูงวัย  thaihealth

ศ.ศศิพัฒน์ ยอดเพชร นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า จากการวิจัย "โรงเรียนผู้สูงอายุ" มาจากแนวคิดการพัฒนาผู้สูงอายุให้เป็นผู้ที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาทั้งทางด้านกาย จิต เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ค่านิยม ปัญญา และความสุข ซึ่งครอบคลุมมิติต่างๆ ผ่านกิจกรรมหลายลักษณะ ซึ่งนิยามของโรงเรียนผู้สูงอายุ คือ กิจกรรมที่สถาบัน หน่วยงาน หรือชุมชน จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้สูงอายุเกิดการเรียนรู้ในลักษณะของโรงเรียน เป้าหมายหลัก คือ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ความว้าเหว่ ภาวะการเจ็บป่วย ถือเป็นการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง โดยมีรูปแบบให้ผู้สูงอายุในชุมชนและจากอำเภอใกล้เคียงมาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยคำนึงความต้องการแท้จริงของนักเรียนผู้สูงอายุ คำนึงถึงองค์ประกอบพื้นฐาน ประสบการณ์ในอาชีพ ที่น่าสนใจคือผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับนักเรียนสูงวัย มาจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายชุมชน หรืออาจารย์พยาบาลที่มาแนะนำการดูแลสุขภาพ ปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งเป็นความหลากหลายทางความรู้ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ

ศ.ศศิพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อเกิดกิจกรรมระหว่างกันจะลบภาพเชิงลบที่เคยมองตนเองออกไป และทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับมา ไปถ่ายทอดต่อกับบุตรหลานในครอบครัวได้ ส่วนด้านสุขภาพโดยเฉพาะการได้รับความรู้ในการดูแลตนเอง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เช่น ใส่ใจการทำความสะอาดร่างกายและเสื้อผ้า ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานยาอย่างถูกวิธี ซึ่งสะท้อนว่านักเรียนสูงอายุสามารถเข้าใจตนเอง และรับรู้ผลกระทบต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามโรงเรียนผู้สูงอายุควรได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาจากหน่วยงานภาครัฐ และท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านงบประมาณ องค์ความรู้ ด้านเทคนิค ทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ และก้าวต่อไป จึงควรดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้เกิดกิจกรรมที่ดีในการเสริมสร้างความเท่าเทียมแก่คนทุกวัย

ด้าน รศ.ดร.สรันยา เฮงพระพรหม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สังคมผู้สูงอายุถือเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย แต่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สูงอายุในอนาคตและในปัจจุบันให้พร้อมมากที่สุด จากงานวิจัยจากโครงการ "ชุดความรู้" ที่ทำให้เกิด "ความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ" จึงได้พัฒนาเครื่องมือ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ที่กระจัดกระจายนั้นมาสร้างเป็นชุดความรู้ สำหรับกลุ่มเป้าหมายสองกลุ่มคือวัยมัธยมศึกษา และกลุ่มวัยแรงงาน โดยจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มวัยเด็กมัธยมศึกษาอายุ 15-20 ปี เป็นหลักก่อน เพราะจะเป็นการมอบแบบฝึกหัดเพื่อสร้างกระบวนการความคิดของเด็ก ให้ปลูกฝังความพร้อมที่จะเผชิญสังคมผู้สูงอายุแต่เนิ่นๆ โดยชุดความรู้ดังกล่าวจะเป็นลักษณะแบบฝึกหัด สร้างกระบวนการคิด ซึ่งจะมีการนำไปใช้ใน 5 โรงเรียนนำร่อง จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นต้นแบบการเรียนการสอน

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม