‘มัสยิดครบวงจร’ เดินหน้าสร้างสุขภาวะคนในชุมชน

โดย
| |
อ่าน : 5,071

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

‘มัสยิดครบวงจร’ เดินหน้าสร้างสุขภาวะคนในชุมชน thaihealth

หนึ่งในศูนย์รวมจิตใจของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม คือ "มัสยิด" หรือ "สุเหร่า" โดยชาวมุสลิมในแต่ละชุมชนจะสร้างมัสยิดขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา เช่น การนมาซ และการวิงวอน การปลีกตนเพื่อบำเพ็ญตบะ หรือหาความสันโดษ

ซึ่งพิธีปฏิบัติดังกล่าวสอดคล้องกับความหมายของคำว่ามัสยิดที่มีรากคำมาจากภาษาอาหรับ ที่แปลใจความได้ว่า "สถานที่กราบ"สำหรับประเทศไทยตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยพบว่า มีมัสยิดอยู่ราว  3,722 แห่ง ตั้งอยู่ทั่วประเทศใน 68 จังหวัด โดยอยู่ใน 14 จังหวัดภาคใต้ มากที่สุดคือ 3,158  แห่ง

นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า บทบาทของมัสยิดในปัจจุบัน มีปัจจัยเกื้อหนุนหลายประการที่สามารถทำให้มัสยิดเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนได้ เช่น ปัจจัยทางด้านกฎหมายที่กำหนดให้มัสยิดเป็นนิติบุคคล ปัจจัยทางด้านบุคลากรในชุมชนและคณะกรรมการมัสยิดที่มีวุฒิการศึกษาสูงขึ้น ปัจจัยด้านข้อมูลข่าวสารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกทั้ง มัสยิดยังเป็นโรงเรียนสอนอัลกุรอา และศาสนา เป็นสถานที่ชุมนุมพบปะ ประชุม เฉลิมฉลอง ทำบุญเลี้ยง สถานที่ทำพิธีสมรส และสถานที่พักพิงของผู้สัญจรผู้ไร้ที่พำนัก ฯลฯ

‘มัสยิดครบวงจร’ เดินหน้าสร้างสุขภาวะคนในชุมชน thaihealthเป็นที่มาของการจัดเวทีสร้างความเข้าใจในการดำเนินกิจกรรม "มัสยิดครบวงจร" เมื่อเร็วๆ นี้ ณ นูรุลเอี๊ยะซาน ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี กรรณทิมา หมื่นระย้า รองผู้อำนวยการศูนย์กิจกรรมภาคใต้ตอนบน มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)พร้อมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์กิจกรรมภาคและคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.สุราษฎร์ธานี เข้าร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรมด้วย โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมมัสยิดครบวงจรว่า มัสยิดจะเกิดผลสำเร็จและบรรลุเป้าหมายดังนี้คือ

1.มัสยิดต้องมีการปรับภูมิทัศน์บริเวณมัสยิด และมีการดูแลรักษาความสะอาดภายนอกและภายในอาคารมัสยิด

2.มัสยิดจะต้องเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ และมีการติดป้ายเขตปลอดบุหรี่อย่างชัดเจน

3.มัสยิดต้องมีการบริหารการจัดการที่ดีเป็นแหล่งเรียนรู้ และมีบทบาทในด้านการส่งเสริมอาชีพให้กับสมาชิกในชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน และ 4.มัสยิดจะต้องมีห้องน้ำผู้สูงอายุในมัสยิด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ

อย่างไรก็ดี การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก ชวลิต บุหงอ รองประธานกรรมการอิสลามประจำ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และร่วมบรรยายในหัวข้อเรื่อง "บทบาทของผู้บริหารมัสยิดและความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศัทธา" โดยสอดแทรกเนื้อหาการบริหารงานมัสยิดของคณะกรรมการมัสยิดอย่างมีคุณภาพ เช่น การช่วยกันในเรื่องของการรักษาความสะอาดในมัสยิด การรณรงค์ให้มัสยิดมีการคุตบะวันศุกร์ในเรื่องของสุขภาวะ โดยใช้เอกสารของแผนงาน (สสม.) ที่มีอยู่แล้วในมัสยิดมาเป็นข้อมูลในการให้ความรู้

การจัดอบรมครั้งนี้ มีคณะกรรมการมัสยิด ผู้นำชุมชน และกลุ่มมุสลิมมะ เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 100 คน ซึ่งพบว่าทุกคนให้ความสนใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทุกคนปฏิญาณจะร่วมกันขับเคลื่อนให้มัสยิดเป็นมัสยิดให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศในการเปิดเวทีให้ความรู้ในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอบอุ่น

ด้าน ผศ.อับดุลเลาะ หนุ่มสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านอิสลามศึกษา ระบุว่า ปัญหาของชุมชนมัสยิดส่วนมากในทุกวันนี้ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.ปัญหาอาชญากรรม 2.ปัญหายาเสพติด และอบายมุขอื่นๆ และ 3.ปัญหาความแตกแยกและการทะเลาะวิวาท

ผู้เชี่ยวชาญด้านอิสลามศึกษา กล่าวว่า ปัญหาเหล่านี้ มัสยิดจะต้องมีบทบาทโดยตรงในการป้องกันและในการแก้ไขทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว ผ่านกระบวนการให้การศึกษาและอบรมสั่งสอนที่เข้าถึงบุคคลได้ง่าย เช่น คุตบะฮฺวันศุกร์ ที่‘มัสยิดครบวงจร’ เดินหน้าสร้างสุขภาวะคนในชุมชน thaihealthนำเสนอปัญหาของชุมชนมัสยิด และควรให้คนในชุมชนตระหนักถึงการรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของชุมชนร่วมกันหรือเสียงตามสายเพื่อบอกเวลาละหมาด และประชาสัมพันธ์กิจการต่างๆ ของมัสยิด รวมถึงการเยี่ยมเยียนเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะป้อมปรามและแก้ไขปัญหาของชุมชนได้

นอกจากนั้น จะเป็นการทำสัตยาบันร่วมกันหรือบัยอะฮ์ และมัสยิดในปัจจุบันควรมีบทบาทในด้านสวัสดิการชุมชน โดยการจัดตั้งกองทุนอย่างน้อย 2 กองทุน คือ 1.กองทุนการกุศลเพื่อสงเคราะห์ผู้ยากไร้ 2.กองทุนซะกาตเพื่อสวัสดิการชุมชน"เมื่อคนในชุมชนรู้สึกว่ามัสยิมสร้างเขา เขาก็พร้อมจะกลับมาพัฒนามัสยิดของตัวเอง ซึ่งระบบนี้ก็จะทำให้มัสยิดมีบทบาทในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน กลายเป็นมัสยิดครบวงจร

ผศ.อับดุลเลาะ ยังบอกด้วยว่า มัสยิดในปัจจุบันควรจะประสานงานในเชิงรุกกับหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ อาทิเช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สำนักงานเขตหรือสำนักงานอำเภอ สภาจังหวัด  และกรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรม เพื่อขอรับการสนับสนุนในกิจการต่างๆ ทั้งการส่งเสริมการศึกษาในชุมชน และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น การส่งเสริมการศึกษาและนันทนาการ โครงการอบรมแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการลานกีฬา แม้แต่ในด้านสาธารณูปโภค เช่น ถนนหนทาง ไฟฟ้า น้ำ และโทรศัพท์สาธารณะ โดยเริ่มต้นที่มัสยิดเป็นตัวอย่าง ทำให้บริเวณมัสยิดมีสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น สะอาดและเจริญหูเจริญตา  เป็นบริเวณปลอดบุหรี่ ปลอดอบายมุขและสิ่งมึนเมา และปลอดจากสิ่งต้องห้ามทั้งปวงตามศาสนบัญญัติ.

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

404 File Not Found.
Sorry, the page you requested
may have been move or delete.

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม