นมแม่ท้าทายบทบาทผู้หญิงทำงาน

| |
อ่าน : 2,061

ที่มา : เว็บไซต์ไทยโพสต์ 

นมแม่ท้าทายบทบาทผู้หญิงทำงาน thaihealth

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ท้าทายบทบาทผู้หญิงทำงานยุคปัจจุบัน หลายหน่วยงานสนับสนุนส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบกิจการในกลุ่มแม่ทำงาน

"นมแม่" เป็นสารอาหารจำเป็นที่ดีที่สุดสำหรับทารก ด้วยน้ำนมแม่เต็มไปด้วยคุณค่าและประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตอย่างครบถ้วน ทำให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกัน และช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ทั้งยังสะอาดปลอดภัยและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย แต่ขณะเดียวกันแม้ว่าจะทราบถึงประโยชน์อันมากมายของนมแม่ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ต่างๆ ในยุคปัจจุบัน ด้วยบทบาทที่แม่ต้องทำงานนอกบ้าน ประกอบกับสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานไม่เอื้อต่อการบีบเก็บน้ำนม ทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเรื่องที่ยากและเป็นความท้าทายไม่น้อย

ด้วยเหตุนี้ หลายๆ หน่วยงานจึงจับมือกันให้การสนับสนุนส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบกิจการในกลุ่มแม่ทำงาน เนื่องในงานเฉลิมฉลองนมแม่โลก ไม่ว่าจะเป็นกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สภาการพยาบาล องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยให้มีสวัสดิการมุมนมแม่ เพื่อหวังเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยพัฒนาสุขภาพและสติปัญญาของเด็กไทย และช่วยให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เป็นที่ประจักษ์กันอย่างดีว่า นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุด ดังนั้นเรื่องการส่งเสริมให้ดื่มนมแม่จึงเป็นการสร้างสุขภาวะในเด็กตั้งแต่เริ่มต้น โดยนมแม่ท้าทายบทบาทผู้หญิงทำงาน thaihealthองค์การอนามัยโลกแนะนำว่าทารกควรได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และได้รับนมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารเสริมที่ปลอดภัย มีคุณค่าและเหมาะกับอายุตั้งแต่เดือนที่ 6 จนลูกอายุ 2 ขวบหรือนานกว่านั้น

"สสส.จึงให้การสนับสนุนเรื่องของนมแม่อย่างมากในหลายมิติ ตั้งแต่มิติของการเผยแพร่ความรู้ในแง่ของนโยบายสำคัญในการที่ง่ายต่อการให้นมลูกของแม่ที่ต้องทำงานในยุคปัจจุบัน แง่สวัสดิการหรือด้านการตลาดของนมผงที่อาจเบียดบังด้านความเข้าใจในการให้นมแม่ลดลง อีกส่วนงานที่ทำควบคู่ก็คือการขับเคลื่อนกลไกการสนับสนุนและส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบกิจการต่างๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของผู้หญิงวัยทำงาน และคุณภาพชีวิตของเด็กแรกเกิด อันจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศอย่างยั่งยืน" ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าว

แพทย์หญิงยุพยง แห่งเชาวนิช เลขาธิการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การให้นมแม่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองของทารก เพราะสารอาหารต่างๆ ในนมแม่คือแหล่งรวมสารส่งเสริมพัฒนาการของสมอง ภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน อนุมูลอิสระที่จำเป็นสำหรับทารก ช่วยป้องกันความเจ็บป่วยและทำให้ทารกเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ ส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ของเด็ก เสริมสร้างระดับสติปัญญา (ไอคิว) ในเด็กให้เพิ่มขึ้นได้ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สังคมไทยต้องหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

"มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ต้องการแสดงจุดยืนในการประสานความร่วมมือนโยบายการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบการ ซึ่งมีภาคเอกชนเป็นแนวร่วม ทำให้เกิดการขยายผลนโยบายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในกลุ่มแม่ทำงานได้อย่างกว้างขวาง ขณะนี้กลุ่มแม่ที่ทำงานนอกบ้านมีสูงกว่าร้อยละ 40 ต่างเผชิญกับอุปสรรคในการให้นมลูกในสถานที่ทำงาน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การทำให้ผู้บริหารสถานประกอบการเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสานต่อนโยบายการเปิดมุมนมแม่ และให้เวลาแม่พักบีบเก็บน้ำนม ให้นมแม่เป็นสวัสดิการที่แม่พึงได้รับ ให้การคุ้มครองสิทธิความเป็นแม่ในสถานที่ทำงาน ผลการสำรวจการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบการในปี 2559 พบว่า มีแม่ให้นมบุตรอย่างเดียว 6 เดือนร้อยละ 27.9 นับว่าเป็นอัตราที่น่าพอใจมากและมีแนวโน้มที่ดีหากมีการขยายผลอย่างต่อเนื่องในอนาคต" แพทย์หญิงยุพยงกล่าวนมแม่ท้าทายบทบาทผู้หญิงทำงาน thaihealth

นางพรรณี ศรียุทธศักดิ์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบกิจการถือเป็นความท้าทาย เพราะประเทศไทยมีสถานประกอบกิจการถึง 400,000 แห่ง เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ แม่ที่ต้องไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็นที่โรงงานหรือสำนักงาน ต้องมีเวลาและมีมุมนมแม่ที่ทำให้พวกเธอสามารถมาบีบเก็บน้ำนมในระหว่างวันได้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อให้ผู้หญิงวัยทำงานมีโอกาสได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ในอัตราที่สูงขึ้น

ด้านตัวแทนคุณแม่ในสถานประกอบการที่มีมุมนมแม่ นางณัฐพร คุณภู่ อายุ 35 ปี และนางทัดดาว ช่างทอง อายุ 30 ปี พนักงานบริษัท เคฮินเทอร์มอล เทคโนโลยี เผยว่า ตนเองรู้สึกดีใจที่ทางบริษัทมีมุมนมแม่เกิดขึ้น เพราะจะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกยิ่งขึ้น ให้ลูกได้กินนมตัวเองมากขึ้น จากประสบการณ์ที่เคยมีลูกคนแรกมาก่อน ลูกจะดื่มนมได้จากเต้าเท่านั้น ไม่มีที่จัดเก็บน้ำนม แต่ขณะนี้ทางบริษัทมีมุมที่เวลาเราพักจากการทำงานก็มาบีบน้ำนมเก็บไว้ได้ ซึ่งพวกตนก็เห็นประโยชน์จากนมแม่อยู่แล้ว ช่วยประหยัดค่านมไปได้มาก อยากให้ลูกมีสุขภาพ มีภูมิคุ้มกันไปนานๆ จึงตั้งเป้าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้นานที่สุด.

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม