สพฐ. ปรับการสอน ลดภาระเด็กนักเรียน

โดย
| |
อ่าน : 1,681

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สั่งปรับการเรียนการสอนในโรงเรียน เพื่อลดภาระเด็กนักเรียน เพราะที่ผ่านมาพบว่าเด็กต้องทำการบ้านเยอะมาก ทำให้เกิดความเครียด

เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการปฏิรูปหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2551 ตามนโยบายของ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ

ทั้งนี้จะมีการดำเนินการใน 2 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะเร่งด่วน ซึ่งจะดำเนินการให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โดยในระยะนี้ สพฐ.จะเน้นบูรณาการทั้งเนื้อหา เวลาเรียน การวัดและประเมินผล ตลอดจนการบ้านที่ต้องมีการบูรณาการทุกกลุ่มสาระวิชา และจะต้องลดภาระงานของนักเรียนด้วย เพราะที่ผ่านมาพบว่าเด็กต้องทำการบ้านเยอะมาก ทำให้เกิดความเครียด โดยที่ประชุมมอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ไปจัดทำคู่มือการบูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอนแบบครบวงจรให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ จากนั้นจะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเขตพื้นที่การศึกษา และครู เพื่อให้มีความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน

“ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 เป็นต้นไป เด็กไทยในทุกระดับชั้นจะมีภาระการเรียนในห้องเรียนลดน้อยลง และจะมีโอกาสเรียนรู้ รวมถึงทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้น ส่วนการบ้านและโครงงานที่ครูมอบให้จะมีการบูรณาการในทุกกลุ่มสาระวิชา ขณะที่การวัดและประเมินผลก็จะสอบเท่าที่จำเป็น และเหมาะกับช่วงวัยเท่านั้น ดังนั้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม งานทุกอย่างของเด็กจะลดลง และครูจะไม่สามารถให้การบ้านเด็กได้ตามใจชอบอีกต่อไป ถ้าครูให้การบ้านจนเกิดความทุกข์ทรมานของเด็ก ก็สามารถร้องเรียนมาได้ที่ สพฐ." นายชินภัทร กล่าว

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ส่วนระยะที่ 2 สพฐ. จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในวันที่ 6-8 ก.พ.นี้ เพื่อพิจารณาทบทวนมาตรฐาน และตัวชี้วัดของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้วิพากษ์วิจารณ์ว่ามีมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดใดบ้างที่มีมากเกินความจำเป็น เพื่อที่จะได้ตัดทอน และปรับปรุงต่อไป

นายชินภัทร กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้จะมีการนำเสนอข้อมูลเชิงเปรียบเทียบในเรื่องเนื้อหา และเวลาเรียนของประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ ด้วย อย่างไรก็ตามกรณีที่มีนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเนื้อหาในหลักสูตรการเรียนการสอนมีความซ้ำซ้อนถึง 30% นั้น ตนมองว่าเป็นเพียงแค่ความรู้สึก ซึ่งในการประชุมครั้งนี้จะยกประเด็นดังกล่าวมาหารือด้วย โดยให้ทุกฝ่ายนำข้อมูลมาตีแผ่และวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความซ้ำซ้อนจริงหรือไม่ และจะช่วยลดความซ้ำซ้อนได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งหากซ้ำซ้อนจริงตนก็ตั้งเป้าว่าจะลดความซ้ำซ้อนให้มากที่สุด

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม