เด็กไทยพัฒนาการล่าช้า ต้องติดตามใกล้ชิด

| |
อ่าน : 2,286

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

เด็กไทยพัฒนาการล่าช้า ต้องติดตามใกล้ชิด thaihealth

แฟ้มภาพ

กรมสุขภาพจิตเด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้า ต้องติดตามใกล้ชิด-รักษา 1% เร่งค้นหาช่วยกระตุ้นพัฒนาการ

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมกรมสุขภาพจิตว่า หน้าที่ของกรมสุขภาพจิตมีความสำคัญมากเพราะการดูแลเรื่องของสภาพจิตใจเป็นเรื่องที่ยาก ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายของกรมสุขภาพจิตคือการดูแลเด็กไทยให้มีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย โดยจากการดำเนินการของกรมทำให้ทราบว่า มีเด็กไทยที่มีพัฒนาการล่าช้า จำเป็นต้องได้รับการดูแลติดตามใกล้ชิดหรือเขารับการรักษาประมาณ 1% ของเด็กไทยใน 4 ช่วงวัยที่มีการตรวจสอบพัฒนาการ คือ 9 เดือน ,1.5 ปี ,2.5 ปี และ 3.5 ปี ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตจะดำเนินการติดตามและค้นหาเพื่อให้เด็กได้เข้าสู่กระบวนการดูแลในการกระตุ้นพัฒนาการให้ดีขึ้น จึงเชื่อว่าอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า เมื่อเด็กไทยได้รับการดูแลเรื่องพัฒนาการเหมาะสมแล้ว จะทำให้คนในประเทศมีความแข็งแรงทั้งกายและใจ 

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวนำเสนอผลงานกรมสุขภาพจิตในรอบ 9 เดือนว่า เด็กพัฒนาการล่าช้าได้รับการกระตุ้นพัฒนาการ 71.03% เด็กนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาที่เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ การเรียนรู้ ไอคิว/อีคิว ได้รับการดูแลช่วยเหลือ 99.97% นอกจากนี้การดูแลกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาคู่เครือข่าย 1โรงพยาบาล 1 โรงเรียน (One Hospital One school) จำนวน 851 คู่เครือข่าย พบว่ามีนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 15,778 คน แยกเป็นท้องไม่พร้อม 514 คน เพศอื่นๆ 3,445 คน สารเสพติด 8,850 คน และความรุนแรง 2,969 คน โดยได้รับการดูแลช่วยเหลือหรือส่งต่อคิดเป็น 86.9% ในส่วนของประเด็นผู้มีปัญหาสุขภาพจิตเข้าถึงบริการสุขภาพจิตนั้น อัตราเข้าถึงบริการของผู้ป่วยโรคจิต 68% และอัตราการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 46.68%

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวว่า คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย หรือดีเอสพีเอ็ม (Developmental Surveillance and Promotion Manual :DSPM) อาจไม่ได้เหมาะสำหรับการใช้คัดกรองเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า แต่เหมาะสำหรับเจ้าหน้าที่ใช้เพื่อแก้ปัญหาพัฒนาการเด็ก ซึ่งเมื่อนำมาใช้สามารถเพิ่มพัฒนาการเด็กได้ดี ดังนั้น การจะแก้ปัญหาพัฒนาการเด็กได้มากขึ้น จึงควรเพิ่มเรื่องการป้องกันไม่ให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้า โดยเน้นในกลุ่มแม่ โดยเฉพาะแม่ที่มีฐานะบากจนและแม่วัยรุ่น ก่อนที่จะมีการคัดกรองในกลุ่มเด็ก เชื่อว่าจะสามารถลดปัญหาเด็กมีพัฒนาการล่าช้าได้ 
  

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา - ชีวิตดีเริ่มที่เรา
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

404 File Not Found.
Sorry, the page you requested
may have been move or delete.

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม