กรมวิทย์ฯ เฝ้าระวังคุณภาพยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด

| |
อ่าน : 3,109

กรมวิทย์ฯ สุ่มตรวจวิเคราะห์คุณภาพยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดเม็ด พบว่าส่วนใหญ่มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด มีผิดมาตรฐานด้านความสม่ำเสมอของปริมาณตัวยาเพียง 3 ตัวอย่าง แนะควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อให้เหมาะสมกับร่างกาย

นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมวิทย์ ได้จัดทำ “โครงการสร้างหลักประกันคุณภาพและมาตรฐานบริการด้านยา” โดยการสุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์ยาจากโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ และตัวอย่างที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาส่งตรวจวิเคราะห์ มาตรวจวิเคราะห์คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ยาตามหัวข้อที่กำหนดไว้ในตำรายาสากล เช่น ปริมาณตัวยาสำคัญ การละลายของตัวยา เป็นต้น

เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพตั้งแต่ปี 2545 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนมาตรฐานสูตร levonorgestrel + ethinylestradiol จำนวน 91 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด มีเพียง 3 ตัวอย่าง ที่ผิดมาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ 3.3 โดยผิดมาตรฐานในหัวข้อปริมาณ ตัวยาสำคัญและความสม่ำเสมอของปริมาณตัวยาในแต่ละเม็ด ซึ่งยาที่มีปริมาณตัวยาน้อยๆ ในเม็ดยา เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดอาจพบปัญหาในหัวข้อดังกล่าวได้ หากควบคุมคุณภาพการผลิตไม่ดี ทั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้แจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินการแล้ว

นพ.นิพนธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดมีมากมายหลายยี่ห้อ มีทั้งชนิดฮอร์โมนเดี่ยวและฮอร์โมนรวม ยาเม็ดคุมกำเนิดรุ่นใหม่ๆ มีชนิด multiphasic pills โดยในแต่ละเม็ดมีปริมาณฮอร์โมนไม่เท่ากัน ยาคุมกำเนิดประเภทนี้ต้องกินเรียงตามลำดับเท่านั้น ทั้งนี้ยาคุมกำเนิดมีข้อควรระวังและข้อห้ามใช้ในสตรีบางกลุ่ม ดังนั้นการเลือกใช้ยาคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ โดยปกติแพทย์จะแนะนำให้รับประทานก่อนนอนเพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ เป็นต้น

ภญ.นิดาพรรณ เรืองฤทธินนท์ ผู้อำนวยการสำนักยาและวัตถุเสพติด กล่าวแสริมว่า นอกจากประสิทธิภาพและคุณภาพของยาคุมกำเนิดแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือวิธีรับประทานยาที่ถูกต้อง โดยทั่วไปยาเม็ดคุมกำเนิดจะเป็นแผงขนาดยา 21 เม็ด และ 28 เม็ด การรับประทานให้เริ่มยาเม็ดแรกภายในวันที่ 2-5 ของการมีประจำเดือน โดยอย่างช้าสุดไม่ควรเกินวันที่ 5 ของการมีประจำเดือน หากเป็นชนิด 21 เม็ด ให้รับประทานติดต่อกันจนยาหมดแผงเป็นเวลา 21 วัน และหยุดยา 7 วัน ขณะหยุดยาจะมีประจำเดือนมาภายใน 2-4 วัน เมื่อหยุดยาครบกำหนด 7 วันจึงเริ่มแผงใหม่

สำหรับยาคุมชนิด 28 เม็ดจะมีเม็ดยาที่ไม่มีฮอร์โมน 7 เม็ดให้เริ่มยาเม็ดแรกที่ระบุบนแผงว่าเป็นจุดเริ่มต้นใช้ยา และรับประทานตามทิศลูกศรจนหมดแผงและเริ่มแผงใหม่ติดต่อกันได้โดยไม่ต้องมีระยะหยุดยา ทั้งนี้ยาคุมกำเนิดต้องรับประทานต่อเนื่องเป็นประจำ หากลืมรับประทานยา 1 วัน ให้รีบรับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ หากลืม 2 วันให้รับประทานยา 2 เม็ดติดต่อกัน 2 วัน แล้วรับประทานต่อไปตามปกติจนหมด

แต่ถ้าลืมเกิน 3 วัน ให้รับประทานวันละ 2 เม็ด ชดเชยไปจนครบที่ลืม แต่ผลของยาคุมกำเนิดอาจไม่มีประสิทธิภาพพอ จึงควรใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น ใช้ถุงยางอนามัยหรือหยุดยาแผงนั้นจนกว่าจะมีเลือดประจำเดือนมาจึงเริ่มยาแผงใหม่ สำหรับผู้ที่มักลืมกินยาบ่อยๆ ควรเปลี่ยนไปใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆ เช่น ยาฉีดคุมกำเนิด ห่วงอนามัย เป็นต้น

 

 

ที่มา : เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม