ระวังสาร 'บอแร็กซ์’ ในเนื้อหมู

| |
อ่าน : 6,953

ที่มา : เว็บไซต์เดลินิวส์

ห้ามแม่ค้าใช้ ‘บอแร็กซ์’ ในเนื้อหมู  thaihealth
แฟ้มภาพ

นักโภชนาการชี้ห้ามใช้ บอแร็กซ์ ในอาหารทุกประเภท อันตรายต่อสมอง-กรวยไต แถมไร้สี-กลิ่น ตรวจสอบยาก แนะประชาชนใช้ทิชชูผสมขมื้นจุ่มน้ำล้างหมู

ศ.ดร.ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจจับผู้ค้าเนื้อหมูในตลาดสี่มุมเมือง ย่านรังสิต ลอบผสมสารบอแรกซ์ในเนื้อหมู ว่า ปัจจุบันบอแรกซ์เป็นสารต้องห้ามใช้ผสมในอาหารและกิจการอาหารทุกประเภท หากพบว่ามีการผสมลงไป จะมีความผิดมีโทษรุนแรง เพราะสารนี้มีอันตรายต่อร่างกาย 2 ระบบ คือ 1.ทำให้เกิดการอักเสบที่เนื้อเยื่อกรวยไต หรือเซลล์กรวยไต หากสะสมไปนานๆ จะทำให้ไตวาย หรือไตพิการได้ 2.ทำให้เกิดการอักเสบที่สมอง การทำงานของสมองไม่ปกติ เสื่อมการทำงาน ถือเป็นผลกระทบที่รุนแรงมาก

ส่วนผลกระทบในระยะสั้นจะทำให้กระดูกอ่อนแอ แต่หากร่างกายยังแข็งแรงดี สารดังกล่าวจะทำอันตรายกับกระดูกได้น้อย แต่หากครั้งแรกก็ได้รับสารตัวนี้ในปริมาณมากก็ทำให้อันตรายกับไตได้เช่นกัน เนื่องจากสารบอแร็กซ์มีคุณสมบัติทำให้อาหารไม่เน่าเสียง่าย จึงพบมีการลักลอบผสมในอาหาร

อย่างกรณีนี้ พบว่ามีการทาเอาไว้ที่เขียงหมู หากเอาทิ้งไว้ประมาณครึ่งวันสารตัวนี้ ยังอยู่ที่ผิวด้านนอกของเนื้อหมูสามารถล้างทำความสะอาดได้บ้าง แต่ถ้าทิ้งเอาไว้นานๆ สารบอแร็กซ์จะซึมเข้าไปในเนื้อหมู ความร้อนไม่สามารถทำลายได้ ทั้งนี้ ปัญหาสารบอแร็กซ์จะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น จึงตรวจสอบได้ยาก แต่ก็สามารถตรวจสอบได้ด้วยการนำเนื้อหมูไปล้างในน้ำ แล้วใช้กระดาษกรองหรือกระดาษชำระหนาๆ ชุบขมิ้นจุ่มในน้ำล้างเนื้อหมูดังกล่าว หากกระดาษเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีม่วงๆ แดงๆ แสดงว่ามีสารบอแร็กซ์ปนอยู่

ศ.ดร. ทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องที่ต้องให้ความรู้กับผู้ค้า คือเนื้อหมู ไม่ว่าจะทำอย่างไร หากไม่เก็บให้ดีก็จะทำให้มีกลิ่นเหม็น ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือแช่ไว้ในตู้เย็น และนำออกมาเมื่อจะขาย ไม่ต้องแขวนไว้นอกตู้เย็นตลอดเวลา หรือที่มักพบกันคือการวางเนื้อหมูบนกระบะที่มีน้ำแข็งวางรองอยู่ล่าง หรือวางในกระบะทำความเย็นก็จะช่วยถนอมเนื้อหมูได้ดี อย่างไรก็ตาม จากการศึกษา พบว่าการวางในกระบะทำความเย็นจะคุ้มค่ากว่า เพราะลงทุนซื้อกระบะทำความเย็นเพียงครั้งเดียว ซึ่งราคาประมาณ 20,000-30,000 บาท ก็สามารถใช้ได้ตลอด ที่เหลือจ่ายค่าไฟซึ่งตกเดือนละไม่มาก เมื่อเทียบกับการใช้กระบะน้ำแข็งซึ่งต้องซื้อน้ำแข็งทุกวัน

 

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • รับสมัครผู้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโครงการ สสส. -
  • การแสดงความเห็นต่อ (ร่าง) ทิศทาง เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2565-2574) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - การแสดงความเห็นต่อ (ร่าง) ทิศทาง เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2565-2574) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการศูนย์กิจการสร้างสุข -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม