พลิกวิกฤตขาดแคลนแรงงาน จ้างงาน 'ผู้สูงวัย'

| |
อ่าน : 4,951

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

พลิกวิกฤตขาดแคลนแรงงาน จ้างงาน \'ผู้สูงวัย\' thaihealth

แฟ้มภาพ

นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) ในปี 2567 สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างแรงงาน อันมีผลต่อรายได้ในอนาคต

เนื่องจากแรงงานที่เกษียณอายุไม่มีรายได้ต้องพึ่งพาลูกหลาน ส่งผลให้คนทำงานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าต้องมีภาระเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังมีผู้สูงอายุอีกจำนวนมากขาดบุตรหลานพึ่งพิงและไม่มีเงินออมเพียงพอจะใช้ในการดำรงชีวิตบั้นปลาย ส่งผลต่อการใช้ชีวิต

ด้วยตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว กระทรวงแรงงานร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงจัดเวทีเสวนา "แรงงานสูงวัย ลมหายใจของอนาคต" ขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่มาพร้อมสังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องแรงงานและหลักประกันรายได้

วิวัฒน์ ตังหงส์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ด้วยยุคสมัยและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้คนแต่งงานช้า มีลูกน้อย หรือบางคนไม่มีลูกเลย ประกอบกับเทคโนโลยีสาธารณสุขที่พัฒนาขึ้นทำให้คนมีอายุยืน ทั้ง 2 ปัจจัยที่ทำให้คนเริ่มหันมาสนใจเรื่องของ "สังคมผู้สูงอายุ" โดยสหประชาชาติได้ศึกษาและแบ่งสังคมอายุไว้ 3 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) คือ สังคมที่มีสัดส่วนของประชากรโดยรวมทั้งประเทศ อายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10% หรืออายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 7%

2.กลุ่มสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) คือ สังคมที่มีสัดส่วนของประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% หรือประชากรอายุ 65 ปีมากกว่า 14%

3.กลุ่มสังคมอุดมไปด้วยผู้สูงอายุ (Super-aged society) คือ สังคมที่มีสัดส่วนของประชากรอายุ 65 ปี ขึ้นไปมากกว่า 20%

ด้วยสภาพสังคมดังกล่าวทำให้เราเห็นภาพโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป วิวัฒน์บอกว่า เดิมโครงสร้างประชากรที่เราเห็นจะเป็นทรงพีระมิดฐานกว้าง แต่ปัจจุบันเกือบจะกลายเป็นทรงกระบอกอยู่แล้ว สิ่งที่ตามมาคือผู้สูงอายุสามารถทำงานได้แต่ไม่ได้ทำงาน ขณะที่สถานประกอบการขาดเด็กที่จะพัฒนามาทดแทนผู้สูงอายุที่เคยทำงานอยู่

"พลิกวิกฤตขาดแคลนแรงงาน จ้างงาน \'ผู้สูงวัย\' thaihealthความจริงผู้สูงอายุเขายังทรงคุณค่า มีศักยภาพ มีประสบการณ์ ที่สามารถนำมาทำงานได้ บางครั้งอาจจะไม่ใช่งานเดิมที่เคยทำ เนื่องจากกายภาพที่เปลี่ยนไป แต่ยังสามารถทำงานอื่นที่เขามีความเชี่ยวชาญ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีบริษัทเอกชนหลายแห่งจ้างงานผู้สูงอายุต่อเนื่องในสายงานที่ต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี" วิวัฒน์บอกในงานเสวนายังมีตัวแทนผู้ประกอบการร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยหลายแห่งมีการจ้างแรงงานสูงวัยเข้าทำงานจริง

ดร.วราทัศน์ วงศ์สุรไกร กรรมการบริหาร บริษัท โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำกัด ประกาศชัดว่า ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงงานมา 80 ปี จนถึงรุ่นที่ 3 แล้วไม่เคยมีการเกษียณอายุ แต่เน้นความสมัครใจ แรงงานส่วนใหญ่จึงเลือกจะทำงานจนกว่าจะทำไม่ไหว

"เรามีพนักงานกว่า 1,000 คน ประมาณ 4% มีอายุ 60-80 ปี เนื่องจากสมัยปู่เริ่มตั้งโรงงาน มีพนักงานที่เป็นเพื่อนเป็นญาติร่วมกันทำงานร่วมก่อตั้ง แล้วคนกลุ่มนี้ก็ทำงานจนไม่ไหว ทางโรงงานก็ช่วยดูแลมาตลอด เลยเป็นธรรมเนียมของที่นี่ในที่สุด" ดร.วราทัศน์ระบุข้อดีของการจ้างแรงงานสูงอายุว่า การที่เรารักษาคนเก่าไว้และดูแลอย่างดี จะเป็นกำลังใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงาน ทำให้เขารู้สึกมีหลักประกันในชีวิต ส่งผลให้เขาตั้งใจทำงานเต็มที่ ขยัน และรักโรงงาน ซึ่งพนักงานของเราพอเริ่มมีอายุมากก็จะย้ายไปทำงานเบาๆ เช่น ประสานงาน คุมงาน ทำความสะอาด หรือเฝ้าโรงงาน

"ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เลือกจะทำงานจนไม่ไหว เพราะเขาอยากมาโรงงาน มาทำงาน มาเจอเพื่อนฝูง แต่ก็มีบ้างที่อยากหยุดพักอยู่กับลูกหลาน เราก็จะมีเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งจนกว่าจะเสียชีวิต หรือคนที่เจ็บป่วยก็จะช่วยเรื่องค่ารักษา เรื่องเหล่านี้ความจริงมีค่าใช้จ่ายไม่มาก แต่มันเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นซึ่งผมมองว่าคุ้มค่า นอกจากนี้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ทำงานด้วยกันมานาน จะมีความรู้ใจและไว้ใจ บางคนมีความสามารถมีประสบการณ์ที่ต้องใช้เวลาฝึกฝน กว่าจะสร้างขึ้นมาใหม่ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย" ดร.วราทัศน์อธิบาย

ขณะที่ ยุทธนา กล้าผจญ ตัวแทนจากบริษัท ผึ้งน้อยเบเกอรี่ จำกัด มองว่า เรื่องของอายุและสุขภาพเป็นองค์ประกอบที่มีผลต่อปัจจัยในการทำงาน แต่ประสิทธิภาพในการทำงานไม่ได้หมายถึงตัวชิ้นงาน แต่เป็นแนวคิด การวางกรอบ และการใช้ประสบการณ์ส่งต่อถึงลูกน้องให้ทำงานในส่วนของการปฏิบัติงานแทนได้

"ที่บริษัทเรามีพนักงานส่งของอายุ 63 ปี เราไม่ได้ให้เขาขับรถส่งของ แต่ให้เขาใช้ประสบการณ์ในการบริหารจัดการขนส่งขนมให้มีประสิทธิภาพ ให้ทันเวลา ต้องมีการจัดระบบเวลาเพราะขนมบางอย่างอายุสั้นต้องรีบส่งก่อน" ยุทธนาอธิบายนอกจากการจ้างงานต่อ ผู้ประกอบการบางแห่งมีการรับสมัครพนักงานใหม่แต่สูงวัยด้วย

ชานันท์ วัฒนสุนทร ตัวแทนจากบริษัท โฮม โปร ดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บอกว่า ระยะหลังขาดแคลนแรงงานและหาเด็กรุ่นใหม่เข้ามาทำงานยากมาก พอมาดูข้อมูลพบว่าเราอยู่ช่วงสังคมผู้สูงอายุ เลยมาประเมินว่าแรงงานเดิม อย่างที่เป็นพนักงานหน้าร้านต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปีก็ปรับเป็น 53 ปี ส่วนที่มีอายุมากกว่านั้น ถ้าสุขภาพดี ทำงานไหว ก็รับเข้ามาทำงานฝ่ายอื่น

"เราทดลองมาแล้วปีกว่า พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุเป็น กลุ่มที่ทำงานและรับผิดชอบได้ดีมาก มีปัญหาเล็กน้อยคือบางครอบครัวลูกหลานไม่ค่อยยอมให้พ่อแม่มาทำงาน มาเป็นพนักงานต้อนรับ เรื่องนี้ก็คงต้องปรับความเข้าใจกันต่อไป" ตัวอย่างจากผู้ประกอบการน่าจะช่วยให้เห็นภาพของแรงงานในอนาคตชัดเจนขึ้น

เพราะการขยายอายุการทำงาน ช่วยให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ไม่เป็นภาระของลูกหลาน ยังสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับสังคมและประเทศด้วย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม