ตั้งเป้าผู้ป่วย เบาหวาน - ความดันโลหิตสูง รักษาใกล้บ้าน

| |
อ่าน : 1,372

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เร่งพัฒนาระบบบริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์สุขภาพชุมชนเขตเมือง และศูนย์สาธารณสุขชุมชน รวมกว่า 10,000 แห่ง ให้ประชาชนได้รับบริการใกล้บ้านใกล้ใจ ลดค่าใช้จ่ายเดินทางไปโรงพยาบาลใหญ่ โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูงร้อยละ 50 หรือประมาณ 1.7 ล้านคน สามารถรับบริการใกล้บ้าน  เชื่อมั่นในอนาคตจะลดปัญหาโรคแทรกซ้อนลงได้มาก  พร้อมสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานหนักขึ้น

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายระบบบริการปฐมภูมิ แก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน สาธารณสุขอำเภอ ผู้รับผิดชอบงานปฐมภูมิสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 400 คน

นายแพทย์ชลน่านกล่าวว่า จากการที่กระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ ซึ่งมี 3 กลุ่ม ได้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)  ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง (ศสม.) และศูนย์สาธารณสุขชุมชน (ศสช.)กระจายในพื้นที่เขตเมือง ชนบททั่วไป และพื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่สูง รวม 10,174 แห่ง เพื่อจัดบริการสุขภาพแก่ประชาชนเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ทั้งงานส่งเสริมป้องกันโรค งานรักษาพยาบาลโดยเป็นการเพิ่มจุดตรวจรักษาผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อาการไม่รุนแรง ให้ประชาชนได้รับบริการใกล้บ้าน ใกล้ใจ

โดยในปี 2556 นี้ ตั้งเป้าให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ที่มีทั่วประเทศประมาณ 3.5 ล้านคน โดยให้ผู้ป่วยครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 1.7 ล้านคน สามารถเข้ารับการดูแลติดตามการรักษาได้สถานบริการ 3  กลุ่มที่กล่าวมา เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งขณะนี้ได้จัดบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล แพทย์แผนไทย ทันตาภิบาล ทั้งอยู่ประจำและหมุนเวียนออกไปให้บริการ มีอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น  และใช้ระบบไอทีเชื่อมโยงการรักษากับโรงพยาบาลใหญ่ ใช้ยารักษาตัวเดียวกัน  การกระจายบริการไปถึงประชาชน จะช่วยลดรายจ่ายค่าเดินทางไปโรงพยาบาลของประชาชนลงได้ปีละประมาณ 16,000 ล้านบาท   เชื่อมั่นว่าจากนี้ไป ปัญหาโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วย 2 โรคนี้ เช่นตาต้อกระจก เท้าเป็นแผลเน่า หรือไตวาย จะลดลงได้มาก เพราะผู้ป่วยเข้าถึงบริการง่าย สะดวกกว่าเดิม การควบคุมโรคจะได้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ด้านนายแพทย์นิทัศน์  รายยวา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  ในการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ เพื่อสามารถให้การดูแลประชาชนเป็นไปตามเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข  ได้กำหนดแนวทาง 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ด้านกำลังคน คือเร่งผลิตและพัฒนากำลังคน กำหนดให้เจ้าหน้าที่ 1 คนมีความสามารถในการดูแลประชาชน 1,250 คน  2.ด้านการพัฒนาศักยภาพ เร่งพัฒนาความสามารถของเจ้าหน้าที่ให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.ด้านขวัญกำลังใจ  จัดระบบค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานหนักเกินค่ามาตรฐานงานคุณภาพที่กำหนด ซึ่งการประชุมครั้งนี้ จะเป็นการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ที่มา : สำนักสารนิเทศ กระทรวงสารธารณสุข

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม