แนะผู้ขับขี่รู้หลักขับรถช่วงฝนตก

| |
อ่าน : 4,570

ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 

แนะผู้ขับขี่รู้หลักขับรถช่วงฝนตก  thaihealth

แฟ้มภาพ

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะผู้ขับขี่เรียนรู้หลักการขับรถในช่วงฝนตก โดยปรับระดับความเร็วของที่ปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงของเม็ดฝน เปิดไฟหน้ารถ ไม่เปิดใช้สัญญาณไฟสูงและไฟกะพริบ รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถเป็นพิเศษ ไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ ไม่เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ไม่เบรกในระยะกระชั้นชิด ไม่เหยียบเบรกให้รถหยุดในทันที จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและให้ทุกการเดินทางในช่วงฤดูฝนเป็นไปด้วยความปลอดภัย

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า การขับรถในช่วงฝนตกมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น มีน้ำท่วมขังผิวการจราจร ประกอบกับผู้ขับขี่มีพฤติกรรมเสี่ยง และขาดทักษะในการขับรถ ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากขึ้น เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอแนะผู้ขับขี่เรียนรู้หลักการขับรถในช่วงฝนตก โดยปรับระดับความเร็วของที่ปัดน้ำฝน ให้สัมพันธ์กับความแรงของเม็ดฝน หากกระจกมีคราบสกปรกให้เปิดน้ำฉีดกระจก จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น พร้อมเปิดไฟหน้ารถ เพื่อช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้นและผู้ขับรถคันอื่นสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล

กรณีขับรถในช่วงกลางคืนที่มีฝนตกหนักหรือถนนมีน้ำเฉอะแฉะ ให้เปิดใช้ไฟตัดหมอก เพื่อลดการสะท้อนของแสงไฟหน้ารถกับน้ำบนพื้นผิวถนนที่ทำให้มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน ไม่เปิดใช้สัญญาณไฟสูง เพราะแสงไฟจะสะท้อนกับน้ำบนพื้นถนน ทำให้ผู้ที่ขับรถสวนทางมาตาพร่ามัว และไม่เปิดใช้ไฟกะพริบ เพราะอาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้ร่วมใช้เส้นทางและทำให้ไม่มีสัญญาณไฟเลี้ยวใช้ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถเป็นพิเศษ จับพวงมาลัยให้มั่น โดยเฉพาะช่วงฝนตกใหม่ๆ คราบดินบนพื้นถนนจะผสมกับน้ำฝน ทำให้รถลื่นไถลได้ง่าย ควรขับรถให้ ช้ากว่าปกติ โดยรักษาความเร็วให้อยู่ในระดับสม่ำเสมอ ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถหยุดรถได้ ในระยะที่ปลอดภัย เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น ทำให้ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถมากขึ้น

ไม่เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ไม่แซงรถคันอื่นในระยะกระชั้นชิด และให้สัญญาณไฟก่อนเปลี่ยนช่องทางในระยะไม่ต่ำกว่า 60 เมตร โดยมองเส้นทางให้รอบด้าน หากรถอยู่ในระยะไกล จึงค่อยเปลี่ยนช่องทาง ตลอดจนหลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหัน โดยถอนคันเร่งและแตะเบรกเบาๆ เพื่อลดระดับความเร็ว ไม่เหยียบเบรกให้รถหยุดในทันทีเมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่มีแอ่งน้ำหรือน้ำ ท่วมขัง เพราะจะทำให้ล้อล็อกและรถเสียการทรงตัวพลิกคว่ำได้ กรณีเกิดละอองฝ้าบริเวณกระจก ควรปรับอุณหภูมิในและนอกรถให้ใกล้เคียงกัน โดยลดกระจกลงเล็กน้อย หากยังมีละอองฝ้าให้จอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดกระจก กรณีฝนตกหนักมากจนมองไม่เห็นเส้นทาง ควรจอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย แล้วรอจนฝนหยุดตกหรือมองเห็นเส้นทางชัดเจน จึงค่อยขับรถไปต่อ

ทั้งนี้ การเตรียมสภาพรถให้พร้อมสำหรับการเดินทางในช่วงฝนตก การเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถผ่านเส้นทางที่มีฝนตกเป็นพิเศษ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและให้ทุกการเดินทางในช่วงฤดูฝนเป็นไปด้วยความปลอดภัย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม