ดูแล"หัวใจ" เลี่ยง 4 ปัจจัยทำร้ายสุขภาพ

โดย
| |
อ่าน : 5,650

อธิบดีกรมการแพทย์เผยโรคหัวใจติด 1 ใน 4 ของสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย แนะหลักดูแลตัวเองเพื่อความแข็งแรงของหัวใจ คือ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ความอ้วน ความเครียด แอลกอฮอล์ หันมาควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้

วิธีดูแล

แฟ้มภาพ

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและของโลก จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่า โรคดังกล่าวเป็นสาเหตุอันดับต้นของการเสียชีวิตของประชากรโลก สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ.2554-2556 ) พบผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งในปี พ.ศ.2556 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 54,530 คน เฉลี่ยเสียชีวิตวันละ 150 คนหรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน สะท้อนให้เห็นว่าโรคกลุ่มโรคหัวใจ และหลอดเลือดเป็นโรคที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ดังนั้นการดูแลสุขภาพตนเองในเบื้องต้น เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ โดยหลักการง่ายๆที่ประชาชนสามารถปฎิบัติได้เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคดังกล่าว คือ

หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันประเภทอิ่มตัว เช่น ไขมันจากเนื้อสัตว์ อาหารฟาสต์ฟู้ด เนยและผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่พร่องไขมัน เพราะอาหารที่มีไขมันสูง จะทำให้เกิดการสะสมไขมันในผนังหลอดเลือด โดยหันมารับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้นในแต่ละมื้อ

หลีกเลี่ยงความอ้วน ซึ่งหากมีน้ำหนักตัวมาก หัวใจจะทำงานหนักขึ้นเพื่อส่งโลหิต ออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย ซึ่งหากเปรียบเทียบการทำกิจกรรมประเภทเดียวกัน หัวใจของคนที่มีน้ำหนักตัวมากจะทำงานหนักกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ ดังนั้นควรควบคุมอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 -3 ครั้ง จะช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดีและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นๆ

หลีกเลี่ยงอารมณ์เครียด เพราะความเครียดจะมีผลต่อสุขภาพร่างกายในหลายๆ ด้าน เช่นปวดศีรษะไปจนถึงขั้นหัวใจวายได้ ดังนั้น จึงควรทำจิตใจให้แจ่มใส รู้จักควบคุมอารมณ์ หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เป็นตัวกระตุ้น ทำให้เกิดความเครียด โดยให้หากิจกรรมนันทนาการ เช่น ปลูกต้นไม้ ฟังเพลง เล่นกีฬา เพื่อให้ผ่อนคลาย

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นเวลานานจะทำให้ปริมาณไขมันในเลือดมีระดับสูง ทำให้ไปลดสมรรถภาพของหัวใจในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย นอกจากนี้หากพบว่าตนเองมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องควบคุมระดับโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าบุคคลทั่วไป

สำหรับอาการที่บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด คือ จุกแน่นหน้าอก จะมีอาการจุกบริเวณยอดอกตรงกลางมักเป็นในขณะออกกำลังกาย หลังจากหยุดออกกำลังกายอาการจะดีขึ้น มีอาการเจ็บหน้าอกเหมือนมีอะไรมากดทับ และอาการเจ็บนี้จะปวดร้าวไปที่หัวไหล่ซ้ายหรือไปที่กราม ถ้าอาการเจ็บหน้าอกนี้ป็นนานเกินกว่า 5 นาที พักแล้วไม่ทุเลาหรืออาการเจ็บรุนแรงขึ้นเรื่อยๆต้องรีบพบแพทย์ มีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะเวลาทำงาน หัวใจเต้นผิดปกติ จังหวะการเต้นของชีพจร มีสะดุดหรือไม่สม่ำเสมอ ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวให้รีบพบแพทย์และควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันโรคหัวใจที่อาจเป็นภัยเงียบทำให้เสียชีวิตได้

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
 

  say

เป็นมานานรักษาไม่หายซะที ลองนี่สิ ทางเลือกใหม่ที่ดีกว่า #ขอแนะนำสมุนไพรพูลคาวสกัดสด100% ยับยั้งและทำลายเชื้อไวรัส SLE HIV ซิฟิลิส ลมชัก ไมเกรน เส้นเลือดตีบ หอบหืด มะเร็ง ริดสีดวง กะเพาะ กรดไหลย้อน งูสวัส เก๊าต์หูดหงอนไก่ สนใจเพิ่มเติม093-124-9438,id line:nam5930 , kaidee2558

Post : 12 ก.พ. 2559 18:06:12

  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม