เตือนจุดประทัดตรุษจีน แนะวิธีปฐมพยาบาล

| |
อ่าน : 5,508

สพฉ.แนะเทศกาลตรุษจีนนี้ควรปรุงอาหารไหว้เจ้าให้สุกสะอาดก่อนนำมาบริโภค ระวังจุดประทัดอาจทำให้เกิดอันตรายกับร่างกาย

เตือนจุดประทัด แนะวิธีปฐมพยาบาล thaihealth
แฟ้มภาพ

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้จัดเก็บสถิติการเจ็บป่วยฉุกเฉินของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีพ.ศ. 2558 พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอาการ ไฟไหม้ ไฟลวก เหตุความร้อนจากสารเคมี และไฟฟ้าช๊อตจำนวนมากถึง 185 คน

นอกจากนั้นแล้ว เรายังพบสถิติของผู้ป่วยฉุกเฉินจากอาการปวดท้องเฉียบพลันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้มากกว่า 8,595 คนด้วย ดังนั้น ในช่วงตรุษจีนปีนี้ประชาชนจึงควรระมัดระวังตนเองให้มากๆ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่เสร็จสิ้นจากการไหว้เจ้า ซึ่งอาหารบางอย่างเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอกเป็นระยะเวลานาน โดยไม่มีภาชนะที่ปิดไว้ให้มิดชิดอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ โดยผู้ป่วยด้วยอาการอาหารเป็นพิษมี ดังนี้ ท้องเสีย อาจเป็นน้ำ มูก หรือ มูกเลือด ปวดท้องอาจจะปวดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค มักเป็นการปวดบิดสลับกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายยังมีอาการไข้สูงด้วย

ทั้งนี้ ในขณะที่เราปวดท้อง หรือ คลื่นไส้อาเจียน ไม่ควรกินอาหาร หรือ ดื่มน้ำเพราะอาการจะรุนแรงขึ้น ที่สำคัญคือไม่ควรกินยาหยุดถ่ายท้อง เพราะการท้องเสียจะช่วยขับเชื้อและสารพิษออกจากร่างกาย ควรจิบน้ำ หรือ ดื่มเกลือแร่ บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และควรรีบพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อรักษาตนเองต่อไป

เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีของมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอาการ ไฟไหม้ ไฟลวก เหตุความร้อนจากสารเคมีซึ่งหนึ่งในนั้นคือสารเคมีจากการจุดประทัดว่า สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินเคยออกคำเตือนในทุกๆ ปีว่า การจุดประทัดสำหรับการไหว้เจ้านั้นเราไม่ควรจุดครั้งละจำนวนมาก เพราะแรงระเบิดจากประทัดอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะการจุดประทัดที่มีสายชนวนสั้น เมื่อจุดไม่ติดก็ไม่ควรจุดซ้ำ และที่สำคัญที่สุดคือห้ามโยนประทัดใส่กลุ่มคน

ทั้งนี้ ประทัด พลุ และดอกไม้ไฟ เป็นวัตถุอันตรายที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ของวัตถุระเบิดชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย 3 ทาง คือ 1.ทางผิวหนัง คือเกิดแผลไหม้จากแรงระเบิด 2.ทางนิ้วมือ คืออาจทำให้นิ้วมือ หรืออวัยวะขาด เนื่องจากแรงระเบิด และ 3.ทางตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบางที่สุด คืออาจทำให้ตาดำไหม้ ขุ่นมัว เลือดออกช่องหน้าม่านตา และอาจทำให้ตาบอดถาวรได้

สำหรับการปฐมพยาบาล  ผู้ป่วยที่นิ้วหรืออวัยวะใดอวัยวะหนึ่งขาดนั้น ให้รีบห้ามเลือดบริเวณที่อวัยวะขาด โดยใช้ผ้าสะอาดปิดบาดแผล พันแผลบริเวณเหนือแผลให้แน่นเพื่อป้องกันเลือดออก ทั้งนี้ไม่ควรใช้เชือกหรือสายรัดเพราะจะทำให้รัดเส้นประสาทหลอดเลือดเสียได้ นอกจากนี้ควรสังเกตอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ควรงดอาหารทางปาก และจิบน้ำได้เล็กน้อย เพราะอาจจะต้องรับการผ่าตัดด่วน ส่วน วิธีการเก็บรักษาอวัยวะส่วนที่ขาด คือ ให้นำสิ่งสกปรกออกจากส่วนที่ขาด ล้างน้ำสะอาด ใส่ถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่น แล้วนำไปใส่ในน้ำแข็ง โดยอวัยวะที่มีกล้ามเนื้อมาก ๆ เช่น แขน ขา ต้องได้รับการผ่าตัดต่อเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ภายใน 6 ชม. ส่วนบริเวณที่ไม่มีกล้ามเนื้อ เช่น นิ้ว สามารถเก็บไว้ได้ 12 – 18 ชม.

ส่วนการบาดเจ็บทางตา ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดในปริมาณมากทันที และหาก ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว หรือกรณีฉุกเฉิน ให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดย ซึ่งจะมีทีมแพทย์ฉุกเฉิน และทีมกู้ชีพคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

ที่มา : เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม